ข้อควรรู้ก่อนซื้อสกินแคร์สำหรับผิวที่มีปัญหา

BY KV

  • 25 พฤษภาคม 2564
  • 3,110

ก่อนอื่นต้องบอกไว้ก่อนว่า บทความนี้ตั้งใจเขียนเพื่อเป็นข้อเตือนใจและให้กำลังใจสำหรับคนที่มีปัญหาผิวตอนนี้หรือที่ผ่านมา สำหรับการหาทางออกด้วยการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อหวังว่าปัญหาที่เราเจอจะดีขึ้น

เราต้องให้ความสำคัญในการเลือกสรร ด้วยข้อจำกัดหลาย ๆ อย่างในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผิว งบประมาณ เวลา การเดินทาง สำหรับคนที่ไม่มีปัญหาอาจจะไม่ได้จำเป็นต้องศึกษามากมาย แต่หากรู้ไว้ก็ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม

 

1.รู้จักสภาพผิวตัวเอง

ก่อนอื่นอยากแนะนำให้ทุกคนรู้จักผิวตัวเองให้ดีเสียก่อน ว่าเรามีพื้นฐานผิวแบบไหน เช่น ผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม หรือ  ปัญหาผิวของเราคืออะไร ไม่ว่าจะเป็น สิว (ก็ต้องแยกอีก ว่า สิวอักเสบ สิวผด สิวอุดตัน เป็นต้น) ผ้า กระ ริ้วรอย หากเรารู้จักผิวตัวเอง เราก็จะสามารถหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวเราได้

*หากไม่รู้หรือไม่สามารถวิเคราะห์ได้เอง แนะนำให้ไปตามเคาร์เตอร์แบรนด์ต่าง ๆ ในยุคนี้มีเครื่องวัดหรือมีเครื่องมือต่าง ๆ ที่จะช่วยบอกคุณได้ แถมบางที่เขาอาจจะตรวจให้ฟรีด้วยนะ

 ตัวเลือกการไปพบแพทย์ผิวหนังก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่อยากให้คุณลองไปสักครั้งเพื่อจะได้ทราบถึงลักษณะผิวและปัญหาที่แท้จริงของเรา

 

 

2.รู้จักส่วนผสม

หากเราเป็นสายชอบซื้อสกินแคร์ใช้เองสิ่งที่ควรทำคือ หาความรู้เรื่องส่วนผสมที่มีอยู่ในแต่ละผลิตภัณฑ์ ข้อดี ข้อเสีย ของสารต่าง ๆ เราไม่จำเป็นต้องรู้จักทุกตัว แต่รู้จักไว้บ้างก็ดี เพราะจะช่วยให้เราได้เลือกสิ่งนั้น ๆ มาช่วยรักษา แก้ไข บรรเทา ปัญหาที่เราเจอ ไม่ว่าจะเป็น Retinol, Retinoid, AHA, PHA, BHA, LHA, Bakuchiol, Cica , vitamin C, Defenage, Thiamidol, Glycolic acid , Hyaluronic Acid  ที่ยกตัวอย่างมานี้เป็นแค่บางส่วนเท่านั้น ในยุคนี้เราสามารถหาความรู้ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ลองไปศึกษากันดูนะครับ

 

 

3.อ่านฉลากมากขึ้น

การอ่านฉลากเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยทำให้คุณรู้จักส่วนผสมมากขึ้น รู้ว่าสิ่งที่เขาใส่มาในสินค้าแต่ละตัวมีอะไรบ้าง และใส่มาในปริมาณมากน้อยเพียงใด มีตัวไหนที่เราแพ้ มีตัวไหนที่เราควรหลีกเลี่ยง หรือเราเคยใช้แล้วมีปัญหา เพื่อที่เราจะได้ลงทุนได้ถูกจุด เราจะได้รู้ว่าสิ่งที่เขาโฆษณานั้นมันมีอยู่จริงไหม หรือมีแล้วมันมากพออย่างที่เราต้องการจะนำมาตอบโจทย์ของเราหรือเปล่า 

 

 

4.หาผลิตภัณฑ์ที่ตรงจุด

ใส่ใจในการเลือกหาผลิตภัณฑ์และเลือกซื้อให้มากขึ้น อย่างที่บอกไป ถ้าเรารู้จักผิวตัวเอง รู้ว่าเราต้องการแก้ไขปัญหาใดในผิวของเรา และใช้ข้อนี้ในการหาผลิตภัณฑ์ที่มาแก้ไขปัญหาตรงนั้นให้ตรงจุด

เช่น ถ้าหากกังวลเรื่องสิว ก็ควรหาผลิตภัณฑ์ที่ดูแลเรื่องสิวโดยตรง อย่าไปเลือกสินค้าที่สรรพคุณครอบจักรวาล หากพูดให้เห็นภาพ ถ้าเราหิวข้าว เราก็ควรจะซื้อข้าวกินเพื่อให้อิ่ม ไม่ใช่ไปซื้อเพชร เพราะเพชรไม่ได้ทำให้อิ่มท้อง ถึงแม้จะอิ่มใจแต่เราก็หิวอยู่ดี ผิวก็เช่นกัน หากเขาต้องการ การบำรุงหรือรักษาในส่วนใด เราก็ควรหาสิ่งนั้นมาเติมเต็ม

ยกตัวอย่าง ผลิตภัณฑ์บางตัวที่ช่วยทั้งผิวขาว ลดความมัน ลดสิว แต่ต้องดูจริง ๆ ว่าส่วนผสมหลักของสินค้าตัวนั้นว่าช่วยเรื่องอะไรเป็นหลัก บางทีอาจจะช่วยเรื่องผิวขาวมากกว่า แต่ส่วนผสมของเรื่องสิวอาจจะแค่น้อยนิดแล้วถ้าเรามีปัญหาเรื่องสิว เราก็ไม่ควรไปซื้อสินค้าตัวนี้ เอาเงินไปซื้อชิ้นที่ช่วยเรื่องสิวโดยตรงน่าจะดีกว่า

 

 

5.อย่าเป็นเหยื่อการตลาด

สิ่งที่จะบอกคือปัญหาบางอย่างไม่สามารถหายขาดได้ด้วยที่สกินแคร์ หรือ ปัญหาผิวในหลายรูปแบบก็ต้องเพิ่งเทคโนโลยีทางการแพทย์ เช่น ปัญหาหลุมสิว สำหรับสกินแคร์นั้นช่วยในการบำรุง รักษาในส่วนที่มีปัญหาแค่เพียงเล็กน้อย หากเป็นปัญหาใหญ่ ๆ เราควรให้ผู้เชี่ยวชาญมาดูแลรักษาให้ตรงจุดหรือใช้ผลิตภัณฑ์จำพวกที่เป็นยา พวกคำโฆษณา  "เช็ดแล้วสิวหลุดหายภายใน 3 วัน"  หรือ "ทาแล้วฝ้าหายขาด" อยากให้ลองใช้วิจารณาญาณในการเสพให้มากขึ้น / อีกอย่าง ของที่คนอื่นใช้ใช้ว่าดี อาจจะไม่ได้ดีและเหมาะกับเรานะครับ

 

6.ไปพบแพทย์

ปัญหาบางอย่าง ครีมก็ช่วยไม่ได้ 100% เช่น ฝ้า ริ้วรอย ร่องลึก หรือ หากเป็นสิวมากกว่า 10 เม็ดบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นสิวอักเสบหรือสิวอุดตัน ผมแนะนำว่าควรไปปรึกษาแพทย์ เพราะบางอาการมันก็เกินกว่าที่สกินแคร์จะรักษาได้ บางปัญหาการไปพบแพทย์และใช้แนวทางของยาในการรักษา อาจจะถูกกว่าการที่เราไปเสี่ยงซื้อครีมมาทาแล้วไม่ได้ผล หรือราคายาอาจจะถูกกว่าครีมที่ใช้อยู่ก็เป็นได้  

 

 

หวังว่าคำแนะนำที่เล่ามาทั้งหมดจะสามารถช่วยคุณได้ไม่มากก็น้อย เรื่องของผิวเป็นเรื่องซับซ้อนและละเอียดอ่อน ไม่ได้มีอะไรถูกอะไรผิดเสมอไป ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่อยากให้มีสติในการเลือกซื้อ เลือกใช้ เพื่อที่คุณจะได้มีผิวที่ดีในระยะยาว

 

“เลือกและหาสกินแคร์ที่ใช่ในแบบของคุณ”