The benefits of loneliness

BY Poy T.

  • 05 ตุลาคม 2562
  • 1,778

“นี่คือเหงา…นี่แหละเหงานี่คือความจริงที่ได้เจอเจ็บปวดทรมานลึกลงข้างในใจ” นี่น่าจะเป็นเพลงที่คนเหงาหลายคนฟังซ้ำอยู่บ่อย ๆ แล้วก็ได้แต่ตบไหล่ตัวเองเบา ๆ พร้อมกับนิยามตัวเองให้เป็นคนเหงาสุดเปลี่ยวกันขึ้นมาเสียอย่างนั้น

เมื่อความเหงามันกว้างกว่าอะไรทั้งนั้นจะดีกว่าไหมถ้าเราจะมองมันในมุมที่แตกต่างไปจะดีแค่ไหนถ้าความเหงาสามารถกลายมาเป็นพลังงานชั้นดีกับคุณได้เชื่อเราเถอะว่าทุกอย่างมีสองด้านเสมอและความเหงาเองก็มีมุมดี ๆ มามอบให้คุณเช่นกัน

 

ความเหงาสร้างความชัดเจนได้


เมื่อคุณมีผู้คนรายล้อมการสนทนาและการปฏิสัมพันธ์ต่าง ๆ ก็จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและแน่นอนเวลาที่คุณอยู่คนเดียวปฏิสัมพันธ์เหล่านั้นก็จะเกิดขึ้นกับคุณเช่นเดียวกัน สิ่งที่ต้องเลือกก็เพียงแค่คุณจะสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับตัวเองหรือจะทำให้มันติดลบ 
หลังจากที่ตกลงกับตัวเองได้เราขอแนะนำให้คุณเลือกที่จะมีปฏิสัมพันธ์บวกกับตัวเองแล้วคุณจะเริ่มพูดคุยกับตัวเอง มองเห็น คิดออกในสิ่งที่อาจละเลยมานาน แน่นอนมันทำให้คุณเห็นตัวเองชัดเจนขึ้น มันอาจไม่ได้เกิดขึ้นทันทีแต่เชื่อเถอะว่าถ้าคุณปล่อยใจให้สบายความชัดเจนจะเกิดขึ้นกับคุณอย่างแน่นอน

 

 

เลเวลความ Productive ของคุณจะเพิ่มขึ้น


การปราศจากสิ่งรบกวนเป็นหนึ่งช่วงเวลาที่ทุกคนควรมี และแน่นอนว่าถ้าคุณสามารถใช้ช่วงเวลาสุดเหงาที่มองไปรอบตัวไม่มีใคร ไม่มีอะไรมารบกวนคุณได้อย่างเป็นประโยชน์ประสิทธิภาพในด้านต่าง ๆ ของคุณจะมากขึ้น ลองตั้งเป้าหมายเพื่อเพิ่มความ Productive กันดูก็น่าจะเป็นความคิดที่ดีใช่เล่น เพราะช่วงแห่งความเหงานี่แหละคือที่ชาร์จแบตเติมพลังสมาธิให้กับคุณได้ดีที่สุด

 

 

 

ยิ่งเหงามนุษยสัมพันธ์ยิ่งดีขึ้น


แน่นอนว่าเมื่อคุณต้องอยู่คนเดียวบ่อย ๆ การได้ออกไปพบปะเพื่อน ๆ มันทำให้คุณหายตัวไปจากความเหงาได้บ้าง และช่วงเวลาที่คุณปล่อยมือจากความเหงาไปนี่แหละคุณจะเริ่มจับทางของการรักษาความสัมพันธ์ไว้ได้ดีขึ้น รู้คุณค่าและให้เกียรติมากขึ้น ยิ่งเหงาเท่าไรการได้พบเจอก็ยิ่งมีความหมายมากขึ้นเท่านั้น 
เอาล่ะ! แต่ถ้าบางคนยังกล้า ๆ กลัว ๆ ก็ขึ้นชื่อว่าความเหงาใครจะอยากจะเผชิญกับมันอยู่นานล่ะเราก็ขอแนะนำวิธีพาตัวเองมาอยู่กับความเหงาที่ไม่น่ากลัวจนเกินไปมาฝากกันด้วย

 

ลองปิดการติดต่อ


พยายามเคลียทุกอย่างให้นิ่งที่สุดก่อนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา จากนั้นก็ปิดการสื่อสารทุกอย่างลาก่อน Facebook พักไปเลย Instagram อย่ารับรู้อะไรจาก Twitter และอีกหลากหลายช่องทางที่คุณสรรหามาระบายความเหงาพักมันไว้แล้วกลับมาอยู่กับตัวเอง ใจแข็งไว้มันมีประโยชน์กับคุณมากกกว่าที่คิด

 

 

ตื่นเช้า


เช้ากว่าที่เคยก็ทำอะไรได้มากกว่าที่คิดและส่วนใหญ่แล้วช่วงเวลาเช้า ๆ ผู้คนมักจะน้อยรวมทั้งสิ่งรบกวนด้วยเช่นกัน ใช้เวลานี้แหละในการวางแผนชีวิตประจำวันของคุณ ทำอะไรก็ตามที่ติดต่อสื่อสารอยู่แค่กับตัวเอง ความคิดที่จะหยิบอุปกรณ์ต่าง ๆ ขึ้นมาเช็ค Feed ล่ะก็เราขอให้พับเก็บเอาไว้ก่อน

 

วางแผนอย่างไรก็ได้ให้มีเวลาอยู่คนเดียวเสมอ


ใน 24 ชั่วโมงอย่างน้อย ๆ นอกจากการนอน 7 ชั่วโมงแล้วในเวลาที่เหลืออีกกว่า 17 ชั่วโมงนั้นเราอยากให้คุณหาช่องว่างใส่ความเหงาเข้าไปเพื่อให้เป็นเวลาแห่งการทบทวนตัวเอง ตกตะกอน หรือแค่ได้อยู่กับตัวเองนิ่ง ๆ บ้างหาเวลาแบบนี้ให้ตัวเองเป็นประจำแล้วคุณจะเริ่มรักเพื่อนที่ชื่อ “ความเหงา” ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว

 

ทุกอย่างถ้าอยู่กันแบบพอดีปรับให้ทุกอย่างมันสมดุลเราเชื่อว่ามันจะเกิดเรื่องดี ๆขึ้นกับคุณเสมอในเรื่องของความเหงาเช่นกันใช้แต่พอดีอยู่แต่พอเหมาะไม่ปิดกั้นตัวเองให้อยู่แต่ในห้องเหงา ๆแต่ก็ไม่ต้องดิ้นรนอยากมีใครในชีวิตตลอดเวลามันน่าจะเป็นจุดพอดีกับตัวคุณและแน่นอนว่าเมื่อคุณนิ่งพอเข้าใจตัวเองมากพอและมีความสุขพอสิ่งดี ๆ ก็จะเริ่มดึงดูดเข้ามาหาคุณได้เอง