ANGELUS Instrument de Mesures
- 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
-
2,748
Angelus เปิดตัว Instrument de Mesures นาฬิกาโครโนกราฟรุ่นลิมิเต็ดที่รวบรวม 3 มาตรวัดสำคัญของโลกนาฬิกาเอาไว้ในเรือนเดียว ทั้ง Telemeter, Pulsometer และ Tachymeter พร้อมผลิตจำนวนจำกัดเพียงอิดิชั่นละ 25 เรือน ถ่ายทอดแนวคิดดั้งเดิมของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างเรือนเวลาในฐานะ “เครื่องมือสำหรับการใช้งานจริง” มากกว่าการเป็นเพียงเครื่องประดับบนข้อมือ
ผลงานชิ้นนี้ถือเป็นการรวมดีเอ็นเอของหลายผลงานสำคัญจาก Angelus ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น Chronographe Médical, Instrument de Vitesse และ Chronographe Télémètre ที่ได้รับรางวัล Chronograph Prize จาก Grand Prix d’Horologie de Genève เมื่อปี 2025 ก่อนนำจุดเด่นของแต่ละเรือนมาต่อยอดจนกลายเป็น Instrument de Mesures อย่างสมบูรณ์

ความน่าสนใจอยู่ที่การออกแบบให้เข็มโครโนกราฟเพียงเข็มเดียว สามารถทำงานร่วมกับมาตรวัดทั้งสามชุดได้อย่างลงตัว Telemeter ใช้คำนวณระยะทางจากการมองเห็นเหตุการณ์จนถึงการได้ยินเสียง Pulsometer ใช้วัดอัตราการเต้นของหัวใจได้อย่างรวดเร็วจากการนับชีพจรเพียง 15 ครั้ง ส่วน Tachymeter ใช้คำนวณความเร็วเฉลี่ยตั้งแต่ 20 ถึง 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กลายเป็นฟังก์ชันที่สะท้อนเสน่ห์ของนาฬิกาเครื่องมือแบบคลาสสิกได้อย่างชัดเจน

Angelus ยังให้ความสำคัญกับการอ่านค่าที่ง่ายและเป็นธรรมชาติ ด้วยการจัดวางมาตรวัดทั้งหมดบนหน้าปัดแบบสามมิติที่มีลำดับชั้นอย่างชัดเจน แต่ละฟังก์ชันถูกแยกด้วยรหัสสีเฉพาะ พร้อมใช้เทคโนโลยีเลเซอร์สร้างมิติความลึกให้เส้นสเกลดูโดดเด่นขึ้นจากพื้นผิวหน้าปัดโดยไม่รบกวนการใช้งานจริง

Instrument de Mesures เปิดตัวทั้งหมดสองอิดิชั่น รุ่นแรกมาในหน้าปัดสีดำที่จับคู่กับเฉดสีน้ำเงิน สีส้ม และสีครีม ส่วนอีกรุ่นเลือกใช้หน้าปัดสีงาช้าง พร้อมรายละเอียดสีน้ำเงิน สีแดง และสีเขียว ทั้งสองเวอร์ชันยังมาพร้อมเข็มทรงไซรินจ์ ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกาโครโนกราฟยุค 1960 และช่วยเพิ่มคาแรกเตอร์วินเทจให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
ตัวเรือนสตีลขนาด 39 มิลลิเมตรช่วยสร้างสมดุลระหว่างความคลาสสิกและความร่วมสมัย ขานาฬิกาแบบบิดโค้งรับกับตัวเรือนอย่างลื่นไหล ขณะที่กระจกแซฟไฟร์ทรงกล่องเปิดพื้นที่ให้หน้าปัดกลายเป็นจุดเด่นหลักของเรือนเวลาได้อย่างเต็มที่

พลิกมาด้านหลังจะพบกับกลไกอินเฮาส์ A5000 ที่ Angelus พัฒนาและผลิตขึ้นเองภายในโรงงานของแบรนด์ โครงสร้างแบบดั้งเดิมเผยให้เห็นงานตกแต่งที่ละเอียดประณีต พร้อมเลือกใช้ระบบ Column Wheel และ Horizontal Clutch ซึ่งถือเป็นหัวใจของโครโนกราฟแบบคลาสสิกที่นักสะสมยังคงให้ความสำคัญมาจนถึงปัจจุบัน
ท่ามกลางโลกของนาฬิกาสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีและข้อมูลดิจิทัล Instrument de Mesures กลับเลือกพาผู้คนกลับไปหาความสนุกของการใช้งานกลไกแบบดั้งเดิมอีกครั้ง พร้อมตอกย้ำว่าบางครั้งเสน่ห์ของเรือนเวลาอาจไม่ได้อยู่ที่ความซับซ้อนของฟังก์ชัน แต่อยู่ที่วิธีการนำประวัติศาสตร์ งานฝีมือ และการใช้งานจริงมาหลอมรวมกันได้อย่างลงตัวภายในนาฬิกาเพียงหนึ่งเรือน







