MEN’S JEANS GUIDE

BY Ghostwriter

  • 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • 10,409

กางเกงยีนส์ที่ใส่แล้วดูดี ไม่ได้อยู่ที่ว่าเป็นทรงไหน แต่อยู่ที่ทรงนั้นเข้ากับรูปร่างของเราหรือเปล่า คนตัวสูงอาจใส่ทรงเดียวกับคนตัวเตี้ยแล้วออกมาคนละเรื่อง ส่วนคนหุ่นใหญ่ก็ไม่จำเป็นต้องใส่แต่กางเกงทรงหลวมเสมอไป ลองมองยีนส์เหมือนเป็นเรื่องของสัดส่วน แล้วเลือกทรงที่ช่วยบาลานซ์รูปร่างของตัวเอง จะง่ายกว่าการตามเทรนด์เยอะ

 

สำหรับคนผอมและรูปร่างค่อนข้างตรง Slim Jeans เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะยังคงความเรียวของขาไว้ แต่มีพื้นที่มากกว่า Skinny ทำให้ช่วงขาดูมีน้ำหนักขึ้นเล็กน้อย ไม่ดูแนบตัวจนเกินไปอย่าง Skinny Jeans ถ้าชอบลุคสะอาดและแต่งง่าย ลองมองหา Levi’s 511 หรือ Uniqlo Slim Fit Jeans ใส่กับเสื้อยืดพอดีตัวหรือแจ็กเก็ตสั้นก็ได้ลุคที่ดูสมส่วน

 

ถ้าผอมมากและอยากให้ช่วงขาดูเต็มขึ้นอีกนิด Straight Jeans จะช่วยได้ดี ทรงนี้มีความกว้างตั้งแต่ช่วงสะโพกลงมาถึงปลายขาค่อนข้างสม่ำเสมอ ทำให้ขาดูมีมวลมากขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งกางเกงโอเวอร์ไซซ์ Levi’s 501 เป็นตัวเลือกคลาสสิก หรือจะลอง Uniqlo Regular Fit Jeans ก็เข้าถึงง่ายและแต่งได้หลายแบบ

 

คนตัวสูงได้เปรียบตรงที่ใส่ยีนส์ได้หลากหลาย แต่สิ่งที่ต้องระวังคือกางเกงที่แคบเกินไป เพราะอาจทำให้ช่วงขาดูยาวจนเกินสัดส่วน ถ้าสูงและหุ่นสมส่วน Straight, Regular หรือ Relaxed Jeans จะช่วยให้ลุคดูสมดุลขึ้น ส่วนคนสูงที่ชอบแฟชั่นมากขึ้น สามารถเล่นกับ Baggy Jeans ได้เต็มที่ โดยเฉพาะเวลาจับคู่กับเสื้อแจ็กเก็ตหรือเสื้อทรงสั้น

 

 

ส่วนคนตัวเตี้ย เรื่องสำคัญคืออย่าให้กางเกงกลืนขาไปหมด Slim หรือ Straight ที่ไม่กว้างจนเกินไปจะช่วยรักษาเส้นแนวตั้งของร่างกายได้ดี เลือกความยาวที่พอดีกับรองเท้า ไม่กองที่ข้อเท้ามากเกินไปก็ช่วยให้ดูโปร่งขึ้นอีกระดับ Levi’s 512 ที่มีช่วงขาเรียว หรือ Uniqlo Slim Fit เป็นตัวเลือกที่ลองง่าย

 

ถ้าหุ่นมีช่วงเอวและต้นขาค่อนข้างใหญ่ Relaxed หรือ Regular Jeans จะใส่สบายกว่า Skinny มาก เพราะมีพื้นที่บริเวณสะโพกและต้นขาโดยไม่ต้องดึงผ้าตึงจนเห็นสัดส่วนชัดเกินไป แต่ไม่จำเป็นต้องเลือก Baggy ที่ใหญ่ทั้งตัว เพราะกางเกงที่กว้างเกินไปอาจทำให้รูปร่างดูใหญ่กว่าเดิม Wrangler และ Levi’s มีทรง Relaxed หลายแบบที่เหมาะกับคนต้องการพื้นที่เพิ่มบริเวณช่วงบนของขา

 

สำหรับคนมีพุงหรือช่วงกลางลำตัวใหญ่ขึ้นมาเล็กน้อย ลองให้ความสำคัญกับ Rise หรือความสูงของเอวก่อนทรงขา Mid-Rise หรือ High-Rise ที่พอดีตัวจะช่วยให้กางเกงวางอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมมากกว่า Low-Rise ซึ่งมักดึงสายตาไปที่ช่วงเอว เลือก Regular หรือ Straight Leg แล้วปล่อยเสื้อคลุมลงมาบริเวณสะโพกเล็กน้อย จะช่วยให้สัดส่วนดูต่อเนื่องขึ้น

 

คนที่มีต้นขาใหญ่จากการออกกำลังกายก็มีปัญหาอีกแบบ เพราะยีนส์บางทรงพอดีเอวแต่ติดต้นขา วิธีง่ายที่สุดคือเลือก Athletic Fit หรือ Relaxed Tapered ซึ่งออกแบบให้ช่วงสะโพกและต้นขามีพื้นที่มากกว่า ก่อนจะค่อยๆ แคบลงบริเวณข้อเท้า Levi’s 541 เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ เพราะให้พื้นที่ช่วงต้นขามากกว่า Slim ทั่วไป แต่ยังคงรูปทรงช่วงล่างเอาไว้

ถ้าชอบลุคสบายๆ และมีรูปร่างค่อนข้างใหญ่ Relaxed Jeans เป็นทางเลือกที่แต่งง่ายกว่า Baggy เพราะยังมีโครงสร้างของกางเกงอยู่ ไม่ดูเหมือนยืมกางเกงคนอื่นมาใส่ ลองเลือกยีนส์สีเข้มอย่าง Indigo หรือ Dark Blue แล้วจับคู่กับเสื้อเชิ้ต Oxford หรือแจ็กเก็ตทรงตรง จะได้ลุคที่ดูสะอาดและมีสัดส่วน

 

 

สำหรับคนที่อยากแต่งตัวสนุกขึ้น Bootcut และ Flare ก็กลับมาอยู่ในแฟชั่นผู้ชายอีกครั้ง โดยเฉพาะคนขายาวหรือคนที่ชอบรองเท้าบู๊ต ทรง Bootcut จะพอดีบริเวณต้นขาแล้วค่อยๆ บานออกเล็กน้อยตั้งแต่เข่าลงไป ทำให้รองเท้าอย่าง Chelsea Boots หรือ Western Boots ดูเข้ากับกางเกงมากขึ้น Levi’s 527 เป็นตัวอย่างที่ใส่ในชีวิตจริงได้ง่ายกว่า Flare ที่บานชัด

 

 

ส่วน Jogger Jeans เหมาะกับวันที่อยากได้ความสบายแบบกางเกงสปอร์ต แต่ยังอยากได้ texture ของเดนิม จุดเด่นคือช่วงข้อเท้าที่รัดด้วยยาง ทำให้รองเท้าถูกดึงขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของลุคมากขึ้น เหมาะกับคนรูปร่างสมส่วนหรือคนที่มีช่วงขาไม่สั้นเกินไป เพราะปลายขาที่รัดจะเน้นบริเวณข้อเท้าอย่างชัดเจน

 

 

สุดท้าย ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากทรงไหน ให้เริ่มที่ Straight Jeans ก่อน มันเป็นทรงกลางๆ ที่เข้ากับรูปร่างได้กว้างที่สุด จากนั้นค่อยขยับไป Slim, Relaxed หรือ Baggy ตามสไตล์ที่ชอบ ยีนส์ที่ดีไม่จำเป็นต้องทำให้เราดูผอมลงหรือสูงขึ้นแบบทันที แค่ทำให้สัดส่วนโดยรวมดูพอดี และใส่แล้วรู้สึกเป็นตัวเอง ก็ถือว่าเลือกถูกแล้ว