Leisure  >  Toys  >  AutoMotive

Porsche 911 • Project Gold

By PR News ● 01 กันยายน 2561

แผนก Porsche Classic ได้ปลุกตำนานยนตรกรรมล้ำค่าที่นักสะสมรถยนต์ทุกคนล้วนปรารถนา จะได้ครอบครองไว้ในคอลเลคชัน: ปอร์เช่ 911 เทอร์โบ (Porsche 911 Turbo) รุ่นสุดท้ายที่ได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์ ระบายความร้อนด้วยอากาศ หรือ air-cooled engine – นับเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี หลังการยุติสายการผลิตของรถสปอร์ตในตำนานรุ่นดังกล่าว

 

 

ทั้งนี้งานออกแบบตัวถังภายนอกของปอร์เช่ 911 เทอร์โบ (Porsche 911 Turbo) ในรหัส 993 นั้นมีพื้นฐานมาจากรุ่นปกติ และรูปทรงอมตะของรถคันนี้ยังคงเปี่ยมเอกลักษณ์ ตัวถังภายนอกโดดเด่นด้วยสี Golden Yellow Metallic ซึ่งเป็นสีแบบเดียวกับปอร์เช่ 911 เทอร์โบ เอส เอ็กซ์คลูซีฟ ซีรีส์ (Porsche 911 Turbo S  Exclusive Series) รุ่นปี 2018 ล้ออัลลอยสีดำตัดขอบเน้นด้วย Golden Yellow เพิ่มความคมเข้ม ขณะที่ภายในห้องโดยสาร เบาะนั่งและ ชิ้นส่วนต่างๆ ล้วนได้รับการตกแต่งด้วยสีดำและ Golden Yellow ในทุกๆ รายละเอียดเช่นเดียวกัน

 

 

สำหรับชุดแต่งตัวถัง ภายนอกถูกเพิ่มเติมความโฉบเฉี่ยวและเสริมความสปอร์ตเหนือระดับด้วยช่องดักอากาศด้านข้าง ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ในรุ่น 993 เทอร์โบ เอส (993 Turbo S) และเป็นอุปกรณ์พิเศษสำหรับปอร์เช่ 911 เทอร์โบ (Porsche 911 Turbo) รุ่นปี 1998 ด้วยพละกำลังมหาศาลกว่า 450 แรงม้า ยนตรกรรมสปอร์ตสุดคลาสสิกคันนี้กำลังจะได้รับโอกาสร่วมลงสนาม Laguna Seca (ประเทศสหรัฐอเมริกา) เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบการเปิดตัวครั้งแรกของโลกระหว่างมหกรรมความเร็วสุดยิ่ง ใหญ่ Porsche Rennsport Reunion ในวันที่ 27 กันยายน 2018 นี้

 

 

สมบัติล้ำค่าของนักสะสมรถยนต์ชิ้นนี้จะถูกจำกัด ให้วิ่งบนสนามแข่งเท่านั้น หลังจากนั้นรถคันนี้จะถูกนำออกประมูลโดย RM Sotheby’s ณ Porsche Experience Center เมือง Atlanta ในวันที่ 27 ตุลาคม 2018 รายได้จากการประมูลจะบริจาคให้แก่มูลนิธิ Ferry Porsche Foundation ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลที่ไม่แสวงหาผลกำไร จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติและร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ “70 years of Porsche sports cars” 

 

 

“Project Gold” “คือโครงการที่แสดงให้เห็นความสามารถของแผนก Porsche Classic ในการรังสรรค์ผลงานที่เปี่ยมไปด้วย ความงดงามวิจิตรบรรจง” ข้างต้นคือคำกล่าวของ Detlev von Platen สมาชิกคณะกรรมการบริหารผู้ดูแลรับผิดชอบ ส่วนงานขายและการตลาดของ Porsche AG นอกจากนี้เขายังแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมอีกว่า “โครงการนี้คือตัวอย่าง ที่ชัดเจนของกลยุทธ์การดำเนินงานของเรา

แม้ว่าทุกวันนี้เราได้เริ่มต้นเดินหน้าพัฒนารถสปอร์ตรุ่นใหม่ในชื่อว่า ปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ขององค์กร เรื่องราวความเป็นมาจากอดีตจน ถึงปัจจุบัน นับเป็นอีกสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ปอร์เช่ 993 (Porsche 993) สี Golden Yellow คันนี้คือเครื่องหมายยืนยัน ว่าเรายังคงมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งต่อรากเหง้าขององค์กรไม่เคยเปลี่ยนแปลง”

 

 

“Project Gold” เป็นอีกหนึ่งผลงานที่สะท้อนความคลาสสิกของยนตรกรรมสปอร์ตจากปอร์เช่ ตอบรับกับการเฉลิมฉลอง ครบรอบ “70 years of Porsche sports cars”: พร้อมกับวาระพิเศษนี้ คือกำหนดการเตรียมเผยโฉมต่อ สายตาสาธารณชน ทั่วโลกของ ไทคานน์ (Taycan) ในฐานะของรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าสมบูรณ์แบบคันแรกจากปอร์เช่อีกด้วย บรรดา วิศวกรผู้เชี่ยวชาญของแผนก Porsche Classic ได้ร่วมมือกันเสนอแนวความคิดในการออกแบบโครงสร้างอันไร้ที่ติของรถสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุด

 

โดยอาศัยพื้นฐานจากรูปทรงของตัวถังรุ่น 993 นี่คือการผสมผสานสุดลงตัวระหว่างความ คลาสสิกและนวัตกรรมล้ำสมัย นอกจากนี้เหล่าวิศวกรมากฝีมือยังได้ลงมือคัดเลือกอะไหล่แท้คุณภาพสูงจาก Porsche Classic จำนวนมากกว่า 6,500 รายการ สำหรับรองรับความต้องการในการแปลงโฉมยนตกรรมสปอร์ตรุ่น 993 เป็นพิเศษ ทางแผนกได้จัดเตรียมอะไหล่ทั้งหมดกว่า 52,000 รายการ ซึ่งสามารถติดต่อสั่งซื้อผ่านศูนย์บริการ Porsche Classic และ Porsche Centers ทุกแห่งทั่วโลก เพื่อการดูแลรักษาและซ่อมบำรุงรถยนต์ปอร์เช่รุ่นคลาสสิกให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด 

 

 

โครงสร้างตัวถังสุดคลาสสิก ใช้เวลาในการเตรียมการประมาณ 1 ปีครึ่ง เริ่มต้นด้วยการชุบกันสนิม และผ่านการพ่นสีโดย กรรมวิธีที่ทันสมัยแบบเดียวกับที่ใช้ในกระบวนการผลิตรถยนต์รุ่นปัจจุบัน ผลงานคลาสสิกทรงคุณค่าต่อการสะสมชิ้นนี้ ได้รับการประกอบและปรับแต่งอย่างประณีตบรรจงจากวิศวกรผู้ชำนาญการพิเศษของแผนก Porsche Classic ทุกขั้น ตอนเกิดขึ้นภายในส่วนงาน Porsche restoration workshop ที่เมืองสตุ๊ทการ์ท

ขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่ ขนาดความจุ 3.6 ลิตร 6 สูบนอน พร้อมระบบอัดอากาศทวินเทอร์โบ ให้พละกำลังสูงสุด 450 แรงม้า ถูกติดตั้งลงบนตัวรถ ถ่ายทอดสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมเฉกเช่นเดียวกับในช่วงเวลาที่รถคันนี้ถือกำเนิดขึ้นจากสายการผลิตดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็น ระบบเกียร์ธรรมดาหรือระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ยังคงเป็นชิ้นส่วนอะไหล่แท้ที่ผลิตโดยแผนก Porsche Classic หมายเลขตัวถังที่ถูกประทับด้วยมือได้รับการเรียงลำดับต่อเนื่องจากปอร์เช่ 993 เทอร์โบ (993 Turbo) คันสุดท้ายที่ออกจากสายการผลิตเมื่อปี 1998

 

 

การตกแต่งภายนอกและภายในห้องโดยสาร เกิดขึ้นจากความร่วมมือกับแผนกพิเศษ Porsche Exclusive Manufaktur ที่เคยรับบทบาทหน้าที่ในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอก อย่างปอร์เช่ 911 เทอร์โบ เอสเอ็กซ์ คลูซีฟ ซีรีส์ (Porsche 911 Turbo S Exclusive Series) รุ่นปี 2018 ซึ่งมีจำนวนการผลิตที่จำกัดเพียง 500 คันเท่านั้น เพื่อความสมบูรณ์แบบของรถสปอร์ต คลาสสิกคันนี้ เหล่านักออกแบบจากแผนก Style Porsche ต่างมุ่งมั่นทุ่มเท ใส่ใจทุกรายละเอียด แม้กระทั่งเฉดสีที่ปรากฎ หรือตำแหน่งติดตั้งตราสัญลักษณ์ รวมทั้งชิ้นงานตกแต่งทุกชิ้นภายในห้องโดยสาร

 

 

ปอร์เช่ 993 (Porsche 993) คือยนตรกรรมที่เป็นมากกว่าของสะสมทรงคุณค่าในทุกวันนี้ นี่คือหนึ่งในรถยนต์ที่ได้รับ การยอมรับในความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีและประสิทธิภาพการทำงานที่เชื่อถือได้ รถคันนี้คือปอร์เช่ 911 รุ่นแรกที่ผลิตขึ้นจากโครงสร้างตัวถังอะลูมิเนียมซึ่งให้สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมในยุคสมัยนั้น

นอกจากนี้สำหรับปอร์เช่ 911 เทอร์โบ (Porsche 911 Turbo) รหัสตัวถัง 993 ยังเป็นปอร์เช่รุ่นแรกที่ได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์แบบทวินเทอร์โบเพื่อให้มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นไปตามมาตรฐานมลภาวะในปี 1995 ตัวถังด้านหน้าวางตัวในระดับที่ต่ำกว่า ปอร์เช่ 911 (Porsche 911) รุ่นก่อนหน้า อันเป็นผลจากการปรับเปลี่ยนรูปทรงของโคมไฟหน้าจากวงกลมเป็นวงรี ล้ออะลูมิเนียมอัลลอยลาย Hollow-spoke เป็นต้นแบบให้แก่รถยนต์รุ่นอื่นที่ติดตั้งล้อในลักษณะเดียวกัน

 

เพียบพร้อมด้วย นวัตกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ใน 911 เทอร์โบ (Porsche 911 Turbo) และเครื่องยนต์สมรรถนะสูงระดับ 450 แรงม้า ซึ่งได้รับการติดตั้งลงในปอร์เช่ 911 เทอร์โบ เอส (Porsche 911 Turbo S) ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 345 คันเท่านั้น 

 

 

 

TAGSToysAutoMotivePorsche