ZEEKR ON ICE
- 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
-
3,493
รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้พาลูกไปโรงเรียน หรือออกทริปต่างจังหวัดในวันหยุด อาจดูเหมือนอยู่ห่างไกลจากสนามทดสอบบนพื้นน้ำแข็ง แต่ ZEEKR กำลังทำให้สองโลกนี้มาอยู่บนถนนเส้นเดียวกัน กับกิจกรรมระดับโลก “ZEEKR ON ICE” ที่ Southern Hemisphere Proving Grounds หรือ SHPG บริเวณเทือกเขาแอลป์บนเกาะใต้ ประเทศนิวซีแลนด์ พื้นที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องสภาพหิมะและน้ำแข็งตามธรรมชาติ ซึ่งเหมาะสำหรับทดสอบการควบคุมรถในสถานการณ์ที่แรงยึดเกาะต่ำกว่าถนนทั่วไปอย่างมาก
กิจกรรมครั้งนี้ต่อยอดจากความสำเร็จของ ZEEKR ที่เพิ่งสร้างสถิติ Guinness World Records™ ในฐานะ “รถยนต์ไฟฟ้าที่ดริฟต์ลอดช่องแคบได้แคบที่สุดในโลก” ที่สนาม Yas Marina Circuit ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสามารถดริฟต์ผ่านช่องว่างเพียง 25 เซนติเมตรได้สำเร็จ จากสนามแข่งความเร็ว คราวนี้ ZEEKR เลือกย้ายไปยังอีกโลกหนึ่งที่ไม่สามารถคาดเดาการยึดเกาะของพื้นผิวได้ง่ายๆ เพื่อทดสอบว่ารถจะตอบสนองอย่างไรเมื่อถนนไม่ได้อยู่ในสภาพที่เป็นใจ

แนวคิด “IMAGINE BEYOND” จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ เพราะสำหรับ ZEEKR การพัฒนารถไม่ได้จบลงเมื่อได้ตัวเลขที่ดีบนกระดาษ เทคโนโลยีต้องสามารถทำงานได้จริงเมื่อเจอกับสถานการณ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่การออกแบบตัวรถ สถาปัตยกรรมยานยนต์ ระบบขับเคลื่อน ซอฟต์แวร์ ไปจนถึงระบบควบคุมและความปลอดภัย ทั้งหมดถูกนำมาทดสอบผ่านการขับขี่จริง
บนลานน้ำแข็ง ผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่ได้เพียงทดลองขับแบบทั่วไป แต่ต้องเรียนรู้การควบคุมรถผ่านหลักสูตรที่ออกแบบขึ้นเฉพาะ โดยมีผู้เชี่ยวชาญดูแลตั้งแต่การเข้าโค้ง การเร่งและเบรก การถ่ายเทน้ำหนัก ไปจนถึงการควบคุมอาการของรถและการดริฟต์บนพื้นผิวที่มีแรงยึดเกาะต่ำ สภาพแวดล้อมแบบนี้ทำให้เห็นการทำงานร่วมกันของระบบขับเคลื่อน ช่วงล่าง เบรก ระบบควบคุมเสถียรภาพ และเทคโนโลยีความปลอดภัยได้ชัดเจนกว่าการขับบนถนนปกติ

สิ่งที่น่าสนใจคือรถที่นำมาทดสอบไม่ได้เป็นรถต้นแบบสำหรับสนามทดลอง แต่เป็นรถในไลน์อัพที่ผู้ใช้งานทั่วโลกสามารถพบเห็นได้จริง ตั้งแต่ ZEEKR 7GT, ZEEKR 8X, ZEEKR 001FR และรุ่นเรือธงอย่าง ZEEKR 9X ไปจนถึง ZEEKR 7X และ ZEEKR X ที่มีผู้ใช้งานบนถนนในประเทศไทยอยู่แล้ว
ภาพนี้ทำให้ ZEEKR ON ICE มีความหมายมากกว่าการพารถไฟฟ้ามาทำกิจกรรมบนหิมะ เพราะรถที่กำลังควบคุมอยู่บนพื้นน้ำแข็งคือรถในตระกูลเดียวกับที่ผู้คนใช้เดินทางในชีวิตประจำวัน ความแตกต่างอยู่ที่สภาพแวดล้อมที่ถูกยกระดับความท้าทายขึ้นหลายขั้น ทำให้เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังถูกเปิดเผยออกมาอย่างชัดเจนว่าเมื่อแรงยึดเกาะลดลง ตัวรถสามารถตอบสนองและช่วยให้ผู้ขับควบคุมสถานการณ์ได้อย่างไร
หนึ่งในพื้นฐานสำคัญของแนวคิดนี้คือสถาปัตยกรรม SEA หรือ Sustainable Experience Architecture ที่ ZEEKR ใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า โดยให้ความสำคัญกับจุดศูนย์ถ่วงต่ำและการกระจายน้ำหนักของแบตเตอรี่ รวมถึงระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่สามารถควบคุมแรงบิดได้อย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อพฤติกรรมของรถ โดยเฉพาะเมื่อต้องรับมือกับพื้นผิวที่มีแรงยึดเกาะต่ำ

ZEEKR 001FR จึงกลายเป็นหนึ่งในรถที่น่าสนใจของกิจกรรม ด้วยคาแรกเตอร์แบบ Shooting Brake ที่ผสมความหรูหราเข้ากับสมรรถนะระดับสูง ขณะที่ ZEEKR 9X ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของรถระดับเรือธงที่ให้ความสำคัญทั้งสมรรถนะ เทคโนโลยี และความสบาย ส่วน ZEEKR 7GT วางตัวเป็น Grand Tourer ที่มีความสปอร์ตมากขึ้น และ ZEEKR 8X นำเสนอภาพของ SUV ที่ต้องรับมือกับทั้งการเดินทางและเทคโนโลยีอัจฉริยะ
ในอีกด้าน ZEEKR 7X และ ZEEKR X คือรถที่ใกล้กับชีวิตประจำวันมากกว่า โดยเฉพาะสำหรับผู้ใช้ในเมือง การนำรถเหล่านี้ขึ้นไปขับบนพื้นน้ำแข็งจึงทำให้คำว่า “เทคโนโลยี” ถูกแปลออกมาเป็นประสบการณ์ที่สัมผัสได้จริง แทนที่จะอยู่เพียงในโบรชัวร์หรือหน้าจอแสดงข้อมูล
สำหรับ ZEEKR คำว่า “ดีที่สุด” จึงดูเหมือนเป็นจุดพักมากกว่าจุดหมาย เพราะหลังจากทำลายสถิติบนสนาม Yas Marina Circuit แล้ว ความท้าทายถัดไปคือการพารถไปเจอกับอีกสภาพแวดล้อมที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง จากพื้นแทร็กที่ต้องการความเร็ว สู่พื้นน้ำแข็งที่ทุกการเบรก การเข้าโค้ง และการถ่ายน้ำหนักต้องอาศัยความแม่นยำมากขึ้น
และนั่นทำให้ ZEEKR ON ICE น่าสนใจกว่ากิจกรรมขับรถบนหิมะทั่วไป เพราะเบื้องหลังภาพของรถที่กำลังดริฟต์บนลานน้ำแข็ง คือคำถามที่สำคัญกว่า นั่นคือเมื่อเทคโนโลยีถูกนำออกจากพื้นที่ที่ควบคุมได้ แล้วเจอกับโลกจริงที่คาดเดาไม่ได้ รถคันนั้นจะยังทำงานได้ดีแค่ไหน คำตอบไม่ได้อยู่ในสเปก แต่ต้องอยู่หลังพวงมาลัย







