กว่าจะมาเป็นโรงแรม 5 ดาว

BY Poy T.

  • 20 กุมภาพันธ์ 2563
  • 4,861

เชื่อว่าเวลาจะไปพักที่ไหนการมองหาดาวมาการันตีคุณภาพของโรงแรมเหล่านั้นน่าจะเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนมองหากัน แต่เราก็ยังเชื่ออีกว่าหลาย ๆ คนน่าจะยังไม่รู้รายละเอียดว่าแต่ละดาวที่แต่ละโรงแรมมีนั้นมันมีที่มาที่ไปอย่างไร และถ้าคุณตัดสินใจเลือกแล้วในแต่ละระดับดาวจะมีอะไรให้คุณบ้าง วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยนี้ให้กระจ่างไปพร้อมกัน

 

เกริ่นกันก่อนว่าการให้ดาวมาจากไหน
จะเทียบเคียงก็คงคล้ายกับ Michelin Stars เพียงแต่มาวัดระดับกันในเรื่องของที่พักและบริการแทนที่จะเป็นอาหารอย่างที่เราคุ้นเคย ซึ่งจริง ๆ การให้ดาวกับโรงแรมมีกันมาตั้งแต่ช่วงปี 1950 กันแล้วในชื่อว่า “Forbes” ซึ่งคุณอาจจะเคยเห็นกันบ่อย ๆ ในชื่อเต็ม ๆ ว่า Forbes Travel Guide Star นั่นเอง

แต่ในตอนนี้การให้ดาวกับบรรดาโรงแรมดูเหมือนจะเป็นไปตามความพอใจของลูกค้าเสียเป็นส่วนใหญ่ซึ่งแน่นอนว่าเชื่อถือได้เหมือนกันแต่อาจยังไม่ละเอียดเท่ากับที่ทาง Forbes ตั้งมาตรฐานไว้ ว่าแต่มาตรฐานที่ว่าของ Forbes จะมีอะไรบ้าง…ไปต่อกันเลยดีกว่า

 

☆ 1 Star
แน่นอนว่าความสะอาดและความปลอดภัยเป็นเรื่องที่ต้องเป็นพื้นฐานก่อนอยู่แล้วจากนั้นค่อยเริ่มมานับดาวที่หนึ่ง เริ่มจากการมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน ห้องไม่เล็กเกิน 10 ตารางเมตร มีเตียงมาตรฐานอยู่ที่ 3 ฟุต เฟอร์นิเจอร์พื้นฐานอย่างกระจกแต่งตัว ถังขยะ โต๊ะเก้าอี้ ต้องครบ และภายในห้องน้ำเองก็ต้องมีทั้งผ้าเช็ดตัวและกระดาษทิชชู่คอยบริการอีกด้วย

 

☆☆ 2 Stars
พอขยับดาวกันขึ้นมาอีกระดับห้องของโรงแรม 2 ดาวก็จะต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 14 ตารางเมตร ตามมาด้วยการเสริมความปลอดภัยอย่างตาแมวและโซ่คล้องที่ประตู แม้เตียงจะขนาดอยู่ที่ 3 ฟุตเท่าเดิมแต่เพิ่มเติมเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ เข้ามาอีกทั้งโทรทัศน์ขนาดไม่เล็กกว่า 14 นิ้ว โทรศัพท์ แถมยังมีบริการน้ำดื่มเพิ่มเข้ามาให้อีกด้วย

 

☆☆☆ 3 Stars
ระดับ 3 ดาวเรียกได้ว่าเป็นระดับมาตรฐานที่เริ่มน่าสนใจกันแล้วเพราะในบริเวณของโรงแรมเองจะต้องมีทั้ง Room Service, Coffee Shop พร้อมทั้งห้องประชุมที่มีอุปกรณ์ครบครันอยู่ภายในโรงแรม แน่นอนว่าเป็นการเปิดให้คนแวะเวียนเข้ามาเยอะขึ้นจึงต้องมีห้องน้ำสาธารณะรวมทั้งห้องน้ำคนพิการอยู่ แล้วถ้าจะมาเจาะกันที่ห้องพักแน่นอนว่าขนาดก็ต้องเพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า 18 ตารางเมตร เริ่มมีตู้เสื้อผ้า ไฟหัวเตียงเอาไว้ให้ทำงานอ่านหนังสือพร้อมทั้งเครื่องเขียนเพิ่มเข้ามา ห้องน้ำต้องมีอ่างอาบน้ำที่มีระบบทำน้ำอุ่นอยู่พร้อม และอุปกรณ์ย่อย ๆ ภายในห้องน้ำพื้นฐานอย่าง สบู่ หมวกคลุมอาบน้ำ แก้ว ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดเท้า และถุงใส่ผ้าอนามัย ต้องมีพร้อมสแตนบายให้กับคุณ

 

☆☆☆☆ 4 Stars
เริ่มเข้าใกล้มาตรฐานสูงสุดกันเข้าไปทุกทีแล้วมีอะไรให้คุณบ้างเมื่อได้เข้าพักโรงแรม 4 ดาว เริ่มต้นที่สบายที่สุดก็คงเป็นขนาดห้องที่ต้องไม่ต่ำกว่า 24 ตารางเมตร เตียงต้อง 3.5 ฟุตขึ้น โทรทัศน์ต้องเต็มตาขึ้นไม่เล็กกว่า 20 นิ้วและช่องรายการต้องครบครันไม่น้อยกว่า 8 ช่อง นอนสบายเพลิน ๆ ก็ต้องมีตู้เย็นพร้อมมินิบาร์อำนวยความสะดวกเพิ่ม และเริ่มดูแลความสะอาดเรียบร้อยให้กับคุณมากขึ้นด้วยชุดขัดรองเท้า ถุงซักผ้า มีเสื้อคลุมอาบน้ำให้คุณได้เปลี่ยนให้สบายตัว และมีรองเท้าให้เดินในห้องอีกด้วย เรื่องของการสื่อสารเพิ่มเข้ามาให้สามารถโทรออกได้ทั้งในและนอกประเทศ ถัดมาที่ห้องอาบน้ำบอกเลยว่าของต้องครบมีเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างไดร์เพิ่มเข้ามา

ทางโรงแรมเองต้องมีห้องทั้งแบบ Standard และ Delux ให้คุณเลือก และยังต้องมีห้องอาหาร ฟิตเนส สระว่ายน้ำและ Spa คอยบริการ และแน่นอนว่าบรรดาห้องประชุมต้องมีทั้งแบบใหญ่และย่อย ระบบความปลอดภัยต้องครบถ้วนให้ทุกคนที่เข้ามาสบายใจกับบริการมากที่สุด

 

☆☆☆☆☆ 5 Stars
เอาล่ะถ้าไปพักโรงแรมครบ 5 ดาวจะเป็นอย่างไรกันบ้างนะ อย่างแรกคุณต้องสะดุดตากับการดีไซน์โดยรอบของโรงแรมก่อนแน่ ๆ แล้วค่อยเดินขึ้นไปฟินต่อกับห้องพักที่ขนาดไม่ต่ำกว่า 30 ตารางเมตร เตียงจัดไปเลย 4 ฟุตหรืออาจจะมากกว่า และยังมีเครื่องชั่งน้ำหนักเพิ่มเติมเข้ามาให้คุณได้เช็คหุ่นเพื่อความมั่นใจกันอีกด้วย และแน่นอนว่าห้องอาหารฟิตเนสรวมทั้ง Spa จะมีให้คุณอย่างครบครัน  แล้วทางโรงแรมก็ต้องมีห้องประชุมขนาดใหญ่และย่อยซึ่งจะผ่านมาตรฐาน 5 ดาวต้องมีห้องประชุมย่อยไม่ต่ำกว่า 4 ห้องนั่นเอง

 

นี่เป็นแค่น้ำจิ้มที่ทำให้คุณรู้เท่านั้นว่าแต่ละดาวของโรงแรมจะให้อะไรกับคุณได้บ้างเพราะในมาตรฐานที่เราหยิบมาพูดให้ฟังในวันนี้ก็มีหลายโรงแรมมากที่ทำเกินมาตรฐานถ้าคุณอยากเดินทางไปพักผ่อนสบายๆและพอมีงบการเริ่มต้นมองหาโรงแรมตั้งแต่ 3 ดาวขึ้นไปก็น่าจะตอบโจทย์การพักผ่อนที่ดีให้กับคุณไม่น้อยเลยทีเดียว