PRADA Mini Timeline

BY Kerorina

  • 18 พฤษภาคม 2563
  • 12,365

อีกหนึ่งลักซัวรี่แบรนด์ ที่มีแฟนเหนียวแน่นหนึบไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสายแฟ สายมินิมัล สายสตรีท หรือสายแมส 

แบรนด์นี้ครอบคลุมได้หมดทุกกลุ่มเป้าหมาย - - ใช่ เรากำลังพูดถึงแบรนด์สัญชาติอิตาเลี่ยน Prada 

มาแวะมาดูมินิไทม์ไลน์ กับที่มาที่ไปฉบับย่อของปราดาไปพร้อมกันกับเรา

 

The Start

1913  คือปีก่อตั้งโดยมิสเตอร์ Mario Prada เขาเปิดร้านแห่งแรกที่ The Galleria Vittorio Emanuele II ในมิลาน ประเทศอิตาลี่ ขายกระเป๋าเดินทาง ทรังก์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับการเดินทาง ไปจนกระเป๋าใส่เครื่องสำอางรวมถึงจิเวลรี่ และลักซัวรี่ไอเทมต่าง ๆ และด้วยทักษะงานฝีมือปราณีต รวมถึงเทคนิคในการออกแบบสร้างสรรค์ผลงานต่าง ๆ ของแบรนด์ที่มีคุณภาพ ทำให้ปราดามีชื่อเสียงในแวดวงสังคมชั้นสูง และมีลูกค้าในโซนยุโรปเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

1919  Prada ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ในการดูแลผลิตไอเทมต่าง ๆ ที่ต้องใช้ในการเดินทางให้กับราชวงศ์อิตาเลี่ยน และหลังจากนั้นแบรนด์ก็ได้เดินทางผ่านกาลเวลากับผลงานการสร้างสรรค์สินค้าระดับลักซัวรี่มาอย่างต่อเนื่อง

 

 

Growing Up

1975  Miuccia Prada หลานสาวของ Mario Prada ได้เข้ามาร่วมสานต่อกิจการของครอบครัว และนี่เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญมากของแบรนด์ปราดา ในครั้งแรกเธอเข้ามาดูแลการออกแบบในฐานะ Accessory Designer

 

1978  Miuccia Prada เข้ามาดูแลกิจการของ Pradaอย่างเต็มตัวในฐานะผู้บริหารของแบรนด์

 

1979 เปิดตัวคอลเลคชั่นรองเท้าขึ้นเป็นครั้งแรก

 

1984  ปีเกิดของThe Nylon Bag / Backpack กับการกำเนิดแห่งกระเป๋า และเป้ ทำจากผ้าไนลอนที่มีแรงบันดาลใจมาจากผ้าเต็นท์กันน้ำกันลมของทหารในกองทัพ ซึ่งพวกมันเป็นกระเป๋าที่ตรงข้ามกับเทรนด์ความหรูหราแห่งยุค 80s ในขณะนั้นอย่างมาก กับกระเป๋าผ้าไนลอนน้ำหนักเบา ที่มาในดีไซน์สดใหม่ ใช้งานง่าย เป็นโมเดิร์นแฟชั่นสุด ๆ  

 

 

1988 เป็นปีที่ Prada จัดแสดงโชว์คอลเลคชั่นเสื้อผ้า Ready-to-wear ขึ้นเป็นครั้งแรก 

 

 

The Elite 

1990s  เป็นช่วงเวลาที่แบรนด์เป็นหนึ่งในผู้นำสินค้าลักซัวรี่แห่งยุคสมัย มีทั้งเซเลบริตี้ คนดัง ดารามากมายชื่นชอบสินค้า และรวมไปถึงเหล่าลูกค้าทั่วไปที่เสพสินค้าลักซัวรี่ด้วย

1991 แบรนด์เติบโตมากขึ้นขยายร้านค้าไปสู่ตลาดเอเซีย อย่างประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่น และยังแผ่ขยายไปไกลถึงสหรัฐอเมริกาด้วย

1993 ครั้งแรกกับการนำเสนอ Men Collection ขึ้นที่มิลาน และเป็นปีเดียวกับที่ มิสปราดา เปิดตัวแบรนด์น้องของ Prada นั่นคือแบรนด์ Miu Miu 

1997 เปิดตัวคอลเลคชั่น Linea Rossa ที่เป็นเหมือนไลน์เสื้อผ้าสปอร์ตของแบรนด์ และล่าสุดเพิ่งมีการนำกลับมา Re-Launchใหม่ในปี 2018ที่ผ่านมา กับเสื้อผ้า เอ๊าท์เทอร์แวร์ และรวมไปถึงแอ็คเซสซอรี่ต่าง ๆ สไตล์สปอร์ต กับภาพจำของแถบโลโก้ Pradaสีแดง

 

 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 

A post shared by Prada (@prada) on

 

 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 

A post shared by Prada (@prada) on

 

 

2000s Era

2000 กำเนิดสินค้ากลุ่ม Eyewear ทั้งสำหรับชายและหญิง

 

2003  เริ่มมีการพูดคุยกับบริษัทคู่ค้าด้านเครื่องสำอางและน้ำหอม และเริ่มมีน้ำหอม ‘Artisan Fragrances’ วางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งในที่สุด Prada ก็ได้เปิดตัวน้ำหอมของผู้หญิงครั้งแรกในปี 2004 และ สำหรับผู้ชายต่อมาในปี 2006

 

 

 

2006  The Devil Wears Prada ภาพยนตร์ที่ถูกสร้างขึ้นจากนวนิยายดัง เนื้อหาเกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ใช่คนสายแฟ และต้องมาทำงานในโลกแฟชั่น ร่วมกับบรรณาธิการนิตยสารแฟชั่นคนดัง ที่เนี้ยบโหด แต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยสไตล์ - - ซึ่งนี่เป็นภาพยนตร์ที่ทำให้คนที่ไม่ได้สนใจแฟชั่น ได้รู้จักแบรนด์ Prada เพิ่มขึ้นอีกมากมาย 

 

2007 เปิดตัวครั้งแรกกับPrada Touch Screen Phone ที่ทำกับแบรนด์ LG สร้างความตื่นเต้น และ เป็นที่ฮือฮาอย่างมากทั้งในวงการแฟชั่นและวงการสมาร์ทโฟน

 

 

 

2011 Banana Forever ลายกล้วยเป็นอะไรที่ชวนตะลึงตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกไปที่รันเวย์ซัมเมอร์ปี 2011 และก็ยังวนกลับมายั่วยวนสาวกของแบรนด์อีกครั้งเมื่อวินเทอร์ 2018 ที่ผ่านมา

 

 

2013 The Great Gatsby ภาพยนตร์ย้อนยุคที่มีเสื้อผ้าหน้าผมสุดอลัง และกวาดรางวัล Best Costume ไปจากหลายสถาบัน ซึ่งเสื้อผ้าของดารานำหลายชุดนั้นออกแบบโดย Miuccia Prada (และหลายคนก็อาจจะไม่รู้ด้วยเหมือนกันว่าลุคแองเจิ้ลกับเดรสสีขาวติดปีกที่สวมใส่โดย Clair Danes ในภาพยนตร์เรื่อง Romeo + Juliet (1996) ก็เป็นฝีมือของเธอเช่นกัน)

 

 

 

2015 ก่อตั้ง Prada Foundation ขึ้นที่มิลาน

 

Give and Take

2019 ปีแห่งการให้ การกลับมา และ การก่อกำเนิดสิ่งใหม่

- Prada Re-Nylon Collectionสินค้าตระกูลไนลอนที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล ตอบรับการรักษ์โลก ในช่วงเวลาที่ผู้คนเพิ่มความสนใจ และเอาใจใส่กับโลกใบนี้กันมากขึ้น 

 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 

A post shared by Prada (@prada) on

 

 

-  Go Fur-Free แบรนด์ Prada ประกาศยกเลิกการใช้ขนสัตว์สำหรับการผลิตสินค้าเริ่มครั้งแรกกับคอลเลคชั่นผู้หญิง SS 2020

 

 

 

- การเกิดใหม่ของPrada Re Edition 2000 - - ขอโฟกัสที่กระเป๋าถือไซส์มินิจากช่วงปี 2000 ที่ถูกหยิบจับเอามาสไตลิ่งโดยเหล่าสตาร์อินฟลูเอนเซอร์ จนทำให้คนสายแฟอดใจไม่ไหวที่จะต้องมีบ้าง ซึ่งช่วงก่อนหน้านั้นกระเป๋าใบนี้เคยมีราคาหลักพันในตลาดวินเทจรีเซล กลับมีราคาพุ่งกระฉูดไปถึงหลักหมื่นกลาง ๆ และในที่สุดแบรนด์ Prada เอง ก็ได้มีการผลิตกระเป๋านี้อีกครั้ง ออกมาวางจำหน่ายใหม่ในช้อปเมื่อไม่นานมานี้ซึ่งตอนนี้ใคร ๆ ก็มีได้ ไม่ต้องตามล่าของวินเทจกันแล้ว

 

 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 

A post shared by Bella (@bellahadid) on

  

 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 

A post shared by THREADS (@threadsstyling) on

 

 

- งานคอลแลปเซอร์ไพรส์ที่สุดของปี 2019 - - Prada x Adidas ที่สาวกเริ่มคิดกันแล้วว่า ทำอย่างไรจะซื้อทัน!! ตั้งแต่ตอนประกาศข่าวเปิดตัว กับสนีกเกอร์สุดพิเศษที่มีเพียง 700 คู่  ซึ่งเริ่มวางขายออนไลน์ไปเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมา ทำเอาคนคลุ้มคลั่งกันอยู่พักหนึ่ง

 

 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 

A post shared by Prada (@prada) on

 

 

2020  เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แบรนด์ประกาศว่า ดีไซเนอร์ Raf Simons กำลังจะก้าวเข้าสู่เฮ้าส์ Prada ด้วยการเป็น Co-Creative Director กับ Muiccia Prada โดยจะเปิดตัวคอลเลคชั่นแรกคือ Spring/Summmer 2021 Womenswear ที่มิลานแฟชั่นวีค ในเดือนกันยายนปีนี้ แต่จากสถานการณ์ปัจจุบัน เราอาจจะต้องมารอลุ้นกันไปว่า ราฟ ซิมงส์ จะเปิดตัวงานของเขากับแบรนด์ปราดา ในลักษณะใด  

 

 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 

A post shared by Prada (@prada) on

 

 

 

Prada ภายใต้การนำของ  Miuccia Pradaเรียกได้ว่ามีสินค้าลักซัวรี่แบบครบวงจร ตอบโจทย์กับทุกไลฟ์สไตล์

และเราคงต้องมารอดูกันต่อไปอีกว่า  เธอและ Co-Creativeคนใหม่จะสร้างสรรค์ผลงานอะไรที่น่าสนใจ หรือชวนตะลึงให้กับแฟนของแบรนด์อีกบ้าง!