LOUIS VUITTON • Fall/Winter 2026

BY METROSOCIETY

  • 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • 1,885

ภายใต้การดูแลของ Pharrell Williams เลือกมองอนาคตผ่านเสื้อผ้าที่ไม่จำเป็นต้องดูเหมือนมาจากอนาคต คอลเลคชั่นถูกนำเสนอที่ปารีสเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2026 พร้อมฉาก DROPHAUS บ้านกระจกที่ Pharrell ออกแบบขึ้นกลางสวนของ Fondation Louis Vuitton เพื่อเป็นภาพแทนของการใช้ชีวิตในอนาคตที่ยังเชื่อมโยงกับสิ่งที่คุ้นเคย

 

 

สิ่งที่เห็นชัดบนรันเวย์คือการกลับมาให้ความสำคัญกับเสื้อผ้าที่ผู้ชายสามารถหยิบมาใช้จริงได้ ทั้งสูท โค้ต แจ็กเก็ต เสื้อถัก และกางเกงที่มีโครงสร้างชัด แต่ถูกทำให้ร่วมสมัยขึ้นผ่านสัดส่วนและวัสดุ Pharrell ไม่ได้พยายามทำให้เสื้อผ้าดูแปลกเพื่อสร้างภาพของอนาคต แต่เลือกเปลี่ยนรายละเอียดที่เราคุ้นเคยให้มีความใหม่มากขึ้น

งานเทเลอริ่งจึงกลายเป็นหนึ่งในแกนสำคัญของคอลเลคชั่น สูทและโค้ตมีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ขณะที่ซิลูเอตโดยรวมยังคงความผ่อนคลาย เสื้อผ้าหลายลุคมีความเป็น Dandy อยู่ในตัว ทั้งการใช้เสื้อเชิ้ต เนกไท โค้ต และรองเท้าที่ดูเนี้ยบ ก่อนจะตัดด้วยวัสดุเทคนิคหรือแอ็กเซสซอรี่ที่ทำให้ภาพรวมไม่กลายเป็นชุดทางการแบบดั้งเดิม

ความน่าสนใจอยู่ที่การจับคู่ระหว่างสิ่งเก่ากับเทคโนโลยีใหม่ ผ้าลาย Houndstooth, Herringbone และ Check ถูกทอด้วยเส้นใยเทคนิคที่สามารถสะท้อนแสงได้ ขณะที่ผ้าพันคอถูกพัฒนาให้กันน้ำ และเนกไทบางส่วนถูกทำจากหนังเจาะรู เสื้อผ้าคลาสสิกจึงยังคงหน้าตาเดิม แต่มีคุณสมบัติที่ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น

 

Pharrell ยังเล่นกับ Trompe-l’œil ซึ่งเป็นเทคนิคสร้างภาพลวงตาบนวัสดุ เสื้อยืดที่ดูเหมือนทำจากวัสดุหรูอย่าง Vicuna เสื้อผ้าที่ทำให้ Mink ดูคล้ายผ้าขนหนู หรือ Wool ที่ถูกทำให้มีหน้าตาเหมือน Neoprene ทำให้เส้นแบ่งระหว่างความหรู งานแฟชั่น และฟังก์ชั่นเริ่มไม่ชัดเจน สิ่งเหล่านี้ทำให้คอลเลคชั่นมีรายละเอียดมากขึ้นเมื่อมองใกล้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งโลโก้หรือ Monogram ในทุกลุค

 

วัสดุเทคนิคยังถูกนำไปใช้กับเสื้อผ้าที่มีรูปทรงคลาสสิกมากขึ้น เช่น Silk-Nylon ที่มีคุณสมบัติกันน้ำถูกทำให้ดูคล้ายหนัง ขณะที่พื้นผิวบางอย่างถูกออกแบบให้รับกับแสงและการเคลื่อนไหวของร่างกาย วิธีคิดนี้ทำให้เสื้อผ้าสามารถเปลี่ยนบุคลิกได้ตามสถานการณ์ จากลุคที่ดูเรียบร้อยในระยะหนึ่งไปสู่ลุคที่มีความสปอร์ตและร่วมสมัยขึ้นเมื่อมองรายละเอียด

 

 

อีกเรื่องที่ยังเป็นภาษาของ Louis Vuitton อย่างชัดเจนคือแอ็กเซสซอรี่ โดยเฉพาะกระเป๋า Speedy ที่กลับมาในรูปแบบ P9 และรุ่นที่ใช้ Monogram เรืองแสงในความมืด รวมถึงกระเป๋า Midnight Flash ที่มีพื้นผิวสีเงินแบบ Iridescent นอกจากนี้ยังมีรองเท้า LV Drop และ Sierra Boots ที่เพิ่มความเป็นอนาคตให้กับลุคโดยไม่ทำให้เสื้อผ้าทั้งหมดดูเป็น Sci-Fi จนเกินไป

กระเป๋าและหีบเดินทางยังคงมีบทบาทสำคัญในคอลเลคชั่น โดยเฉพาะ Trunk ที่ถูกนำมาตีความใหม่ด้วยงานเพนต์มือเป็นลวดลายกระจกสีจากบ้านของตระกูล Vuitton ที่ Asnières รวมถึงงาน Leather Marquetry ที่ถ่ายทอดภาพเมืองปารีส รายละเอียดเหล่านี้ทำให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างงานช่างแบบดั้งเดิมกับมุมมองร่วมสมัยของ Pharrell ได้ชัดขึ้น

 

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือวิธีที่ Louis Vuitton ลดความรู้สึกของการแสดงโลโก้ลงเมื่อเทียบกับบางคอลเลคชั่นก่อนหน้า แล้วปล่อยให้รูปทรง วัสดุ และงานฝีมือทำหน้าที่แทน นักวิจารณ์บางรายมองว่านี่เป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นที่สุขุมที่สุดของ Pharrell สำหรับ Louis Vuitton ขณะที่บางมุมมองก็เห็นว่าความปลอดภัยของแนวทางอาจทำให้โชว์ไม่ได้หวือหวาเท่าที่คาดหวัง

แต่ถ้ามองในแง่ของเสื้อผ้าผู้ชาย Fall-Winter 2026 กำลังทำสิ่งที่ชัดเจนขึ้น นั่นคือการพา Louis Vuitton ออกจากการพึ่งพา Statement Pieces เพียงอย่างเดียว แล้วสร้าง Wardrobe ที่มีทั้งสูท โค้ต เสื้อถัก เสื้อเชิ้ต กระเป๋า และรองเท้าที่สามารถอยู่ร่วมกันได้ ผู้ชายคนหนึ่งสามารถเริ่มต้นจากเสื้อผ้าที่ดูคลาสสิก แล้วเติมรายละเอียดของ Louis Vuitton เข้าไปตามบุคลิกของตัวเอง

 

DROPHAUS สะท้อนแนวคิดเดียวกับเสื้อผ้า บ้านที่ดูเหมือนมาจากอนาคตกลับถูกสร้างขึ้นเพื่อให้คนเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ข้างใน เช่นเดียวกับเสื้อผ้าที่ดูร่วมสมัย แต่ยังมีพื้นฐานจากสิ่งที่ผู้ชายรู้จักและสวมใส่มานาน ทั้งสูท เสื้อโค้ต หนัง วูล กระเป๋า และรองเท้า

Louis Vuitton Men’s Fall-Winter 2026 จึงเป็นอีกก้าวของ Pharrell ในการนิยามคำว่า Modern Dandy ให้ชัดขึ้น ผู้ชายในภาพของเขาไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างความเนี้ยบกับความสบาย ระหว่างงานคราฟต์กับเทคโนโลยี หรือระหว่างอดีตกับอนาคต เสื้อผ้าทั้งหมดสามารถอยู่ในตู้เดียวกันได้ และนั่นอาจเป็นภาพของความหรูหราที่เข้ากับชีวิตจริงมากที่สุดในคอลเลคชั่นนี้