FENDI #SS21

• Spring/Summer 2021

BY MTSMAG

  • 04 กุมภาพันธ์ 2564
  • 20,062

คอลเลคชั่นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษประจำฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2021 ของ FENDI ราวกับเป็นการมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก

เพราะเครื่องแต่งกายแต่ละชิ้นที่ออกแบบโดย Silvia Venturini Fendi ในคอลเลคชั่นนี้ เป็นดั่งงานแพตเวิร์กแห่งความทรงจำที่นำมาปะติดปะต่อกัน ทั้งห้วงเวลาแห่งการได้ใช้ชีวิตกับครอบครัว การที่คนในแต่ละเจเนอเรชั่นสามารถกลับมาใช้เวลาอยู่ร่วมกันที่บ้าน ณ กรุงโรม สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นดั่งปัจจัยที่ทำให้ได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบ นั่งอยู่ริมหน้าต่างหรือสวนที่บ้าน เฝ้ามองดูโลกที่กำลังดำเนินไปอยู่ภายนอก 

 

 

ไม่ว่าจะเป็นการมองจากภายในสู่ภายนอก หรือภายนอกสู่ภายใน ทั้งสองสิ่งเป็นดั่งเงาและแสงสะท้อนซึ่งกันและกัน เห็นได้จากเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายตลอดทั้งคอลเลคชั่น ความใกล้ชิดเป็นดั่งตัวแทนของการใช้ชีวิตในบ้าน ที่เก็บซ่อนเรื่องราวหลากหลายไว้ในห่อหีบแห่งความทรงจำที่ครั้งนี้ถูกเปิดออกให้เห็นถึงสิ่งที่อยู่ข้างในทั้งล้ำค่าและเรียบง่ายแต่ทว่าถักทอผสานไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน เฉกเช่นความบริสุทธิ์ของผ้าลินิน ความโรแมนติกของฝ้าฝ้าย ขนนก เฟอร์ การเย็บควิลต์ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เห็นได้เป็นปกติธรรมดาในบ้านทั้งบนที่นอน หรือบนโต๊ะอาหาร

 

 

เป็นเหมือนดั่งของแทนใจที่ส่งผ่านจากแม่สู่ลูก ที่ถูกนำมาใช้ในการสร้างสรรค์บนเสื้อผ้าในคอลเลคชั่นนี้ โทนสีของธรรมชาติทั้งเฉดสีของธัญพืช นม น้ำผึ้ง ท่ามกลางแสงสะท้อนของสีฟ้า สีแดงคาร์ดินัล หรือสีดำและขาวที่ส่องกระทบบนเสื้อผ้าราวกับสปอตไลท์ องค์ประกอบอื่นอย่างหน้าต่างทั้งที่อยู่ในบ้านหรือเซ็ตติ้งบนรันเวย์โชว์ หรือแม้กระทั่งเป็นดั่งสัญลักษณ์ตัวแทนแห่งความหมายของเนื้อผ้าที่มองลอดผ่านได้

 

 

โชว์ครั้งนี้นำเสนอเสื้อผ้าสำหรับสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษควบคู่กัน ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ FENDI ตั้งแต่การเย็บควิลต์ผ้าซาตินแบบบูติส (boutis) ไปจนถึงเทคนิคการเย็บปักลายบันไดหรือที่เรียกว่า jour d’echelle หรือ งานฉลุลายดอกไม้ที่เรียกว่า ajouré ที่ทำให้มองเห็นถึงเนื้อหนังที่อยู่ใต้ผืนผ้าและก่อให้เกิดแสงและเงาขึ้น ในขณะที่โครงสร้างของชุดที่เป็นทางการถูกทำให้ดูนุ่มนวลลง ทั้งในส่วนหลังของโค้ทและเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมที่แขน รายละเอียดของงานเทเลอร์ใช้เทคนิคที่เรียกว่าทรองป์-เลอ-อิ (trompe l'oeil) บนผ้านิต

 

 

รวมไปถึงการปักประดับบนเสื้อโค้ท ชุดทูนิคตัวโคร่งที่ให้ความรู้สึกสบายราวกับอยู่ในบ้าน ความบางเบาและมีมิติสอดประสานกันอยู่ภายใต้ผ้าลินินพิมพ์ลายดอกไม้จาง ๆ ชุดตาข่ายที่ทำขึ้นจากการถักทอหนังและขนสัตว์ หรือชุดกระโปรงงานฝีมืออันประณีตซับซ้อนที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผ้ากันเปื้อนทำจากผ้าไหมดัสเชส รวมไปถึงการปักประดับลงบนผ้าทูลและผ้ากาซาร์ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายแต่ละชิ้นในคอลเลคชั่นนี้ล้วนบอกเล่าถึงเรื่องราวของช่วงเวลา ความประณีตในงานฝีมือในแบบอิตาลี และอารมณ์ความรู้สึกที่ผู้คนทั้งโลกประสบร่วมกัน ที่ FENDI ได้นำเอามาใช้ในถ่ายทอดลงบนงานสร้างสรรค์ในคอลเลคชั่นนี้

 

 

สำหรับแอคเซสเซอรี่ทั้งของสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีในคอลเลคชั่นนี้ เล่นกับรูปทรงและการตกแต่งทั้งการปกปิดและเปิดเผยให้เห็น กระเป๋า Baguette และ Peekaboo คลุมมาด้วยผ้าเวลทำจากผ้าไหมปักประดับทั้งดอกไม้ที่ทำจากเฟอร์ หรือผ้าคอตตอนฉลุลายในแบบ ajouré หรือการเย็บควิลต์โลโก้ตัวอักษร FF ทำจากหนัง เทคนิคและการสานคือสิ่งที่โดดเด่นในคอลเลคชั่นนี้ ทั้งตะกร้าที่รีไซเคิลจาก PVC กระเป๋า Tote Bag แบบตาข่าย ตะกร้าปิกนิค กระเป๋าเดินทางที่ทำจากผ้าแคนวาส ซึ่งทั้งหมดนี้ใช้งานได้จริงและสามารถแก้ปัญหาความยุ่งยากในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี

 

 

โปรเจ็กต์ ‘hand in hand’ คือการทำกระเป๋า Baguette ที่เป็นการร่วมมือกันกับช่างฝีมือในท้องถิ่นทั่วอิตาลี รวมไปถึงในแคว้น Abruzzo (อาบรุซโซ) และแคว้น Marche (มาร์เค) ที่ถูกนำมาโชว์บนรันเวย์ในคอลเลคชั่นนี้ด้วย สำหรับผลงานของช่างท้องถิ่นจากแคว้น Abruzzo นั้น เป็นกระเป๋า Baguette ที่ทำด้วยเทคนิคการถักทอลวดลายลูกไม้ที่เรียกว่า tombolo aquilano ซึ่งคิดค้นโดยเหล่านางชีในคณะ Benedictine (เบเนดิกติน) ตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ในขณะที่กระเป๋า Baguette ฝีมือช่างจากแคว้นมาร์เคนั้นโครงสร้างกระเป๋าถักทอด้วยเส้นใยจากต้นวิลโลว์ธรรมชาติ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากตะกร้าของชาวประมงในท้องถิ่น

 

 

เข็มขัด สายคาดเอว ซึ่งใช้เลเซอร์คัต หรือการฉลุลายแบบ ajouré ในคอลเลคชั่นนี้ เป็นการนำเอาผลงานจากแคปซูลคอลเลคชั่น ‘tech jewellery’ ที่ Fendi x Chaos ทำร่วมกันกลับมาทำใหม่ในโทนสีพาสเทล  ในขณที่ต่างหูมีทั้งต่างหูมุกและต่างหูทรงกล่อง สำหรับรองเท้าของสุภาพสตรี มีทั้งบู๊ตสาน รองเท้าส้นสูงผ้าถักที่ยืดหยุ่น และรองเท้าแตะแบบสวมใช้การถักสานสำหรับหน้าร้อน ในขณะที่สุภาพบุรุษนั้นมีทั้งโบ๊ตชูว์และรองเท้าผ้าใบแบบ Plimsolls ที่ถือเป็นการนำเอาความคลาสสิกกลับมาสร้างสรรค์ใหม่