FENDI #SS22

• Spring/Summer 2022

BY KV

  • 01 เมษายน 2565
  • 6,242

 ภาพที่ซิลเวีย เวนตูรินิ เฟนดิ มองเห็นจากสำนักงานของ FENDI ในกรุงโรมนั้น กลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์คอลเลคชั่นสำหรับผู้ชายประจำฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน 2022 ในครั้งนี้

 

 

การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความเบาและความสบายและเส้นสายโครงชุดที่คมชัด คือสิ่งที่เรียกว่าอนาคตของความหรูหราของ FENDI ในคอลเลคชั่นนี้โทนสีอันอ่อนหวานสะท้อนกลิ่นดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิและสีสันของท้องฟ้า ไม่ว่าจะเป็นสีพาสเทลของเลมอนและไลม์ สีฟ้าไอซ์บลู สีม่วงลาเวนเดอร์ สีเขียวพิสตาชิโอ และสีชมพูพีโอนี ผสมผสานกับเฉดสีของแร่ ทั้งหินทราเวอร์ทีน ชอล์ก กราไฟต์ และหินชนวน

 

 

 

คอลเลคชั่นนี้เปรียบเสมือนกับฝันกลางวันอันหอมหวานของ FENDI ที่นำเสนอต่อโลก ทั้งลายพิมพ์ที่สะท้อนให้เห็นภูมิประเทศของกรุงโรมโดยรอบ รูปทรงและงานฝีมือ มาในสัดส่วนและขนาดที่มีการศึกษามาอย่างดี โดยหลายอย่างได้มาจากอาไคฟ์ของ FENDI เอง เช่น แผนที่ภาพของกรุงโรม ที่กลายเป็น FENDI Land ซึ่งเป็นภาพวาดแผนที่ของเมืองที่มี Palazzo Fendi ผุดขึ้นมาที่ใจกลางและมีแม่น้ำไทเบอร์ไหลผ่านตัวอาคารและถนนที่รายล้อมอยู่  พร้อมด้วยโลโก้  FF ที่วาดด้วยมือเปล่า

 

 

 

นอกจากนี้ยังมีลาย FENDI Earth ลวดลายนามธรรมปรากฏอยู่บนชุดผ้าไหมลินิน ผ้าเดนิมแจ็คการ์ด รวมไปถึงเสื้อถักไหมพรมหนานุ่ม และเสื้อขนแกะทอลายอินทาร์เซีย การบิดเบือนแนวคิดของมาตราส่วนทำให้เกิดวอลลุ่มในการตัดเย็บแบบใหม่ เช่นชุดสูทหน้าร้อนสไตล์ไฮบริดที่ผสมผสานวัสดุ รูปทรง และรายละเอียดการใช้งานที่หลากหลาย

 

 

เสื้อแจ็กเกตผ้าวูลถูกครอปตัดที่ลำตัวหรือผ่าด้วยการใช้ผ้าไนลอนออร์แกนซ่า เบลเซอร์ผ้าลินินปกแหลมมาพร้อมกระเป๋าใส่ปากกาและช่องใส่หูฟัง มีการวางตำแหน่งกระเป๋าใหม่อยู่ใต้ชายชุด ในขณะที่แจ็กเกตปลดกระดุมยาวลงมาถึงสะโพก กางเกงขาสั้นที่มาพร้อมกระเป๋าหลายช่องคือไอเท็มหลักของคอลเลคชั่นนี้ เช่นเดียวกันกับ กางเกงขายาวทรงตรงที่ผ่าที่ข้อเท้าด้วยผ้าดับเบิลคอตตอนและหนังกลับ

 

 

เอาเตอร์แวร์แบบใหม่แสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่อาจเลียนแบบได้ของงานฝีมือเครื่องหนังของ FENDI ทั้งเทรนช์โค้ท เสื้อกันลม และเสื้อโอเวอร์เชิ้ตที่ใช้การเย็บแบบ Selleria บนหนังกลับที่สามารถใส่ได้ทั้งสองด้าน หนังลูกวัว และผ้าฝ้ายที่ย้อมผ้าด้วยเทคนิคแบบยั่งยืนซึ่งไม่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม เสื้อเชิ้ตผ้าปอปลินหรือผ้าแคชเมียร์ทอบางเบามาพร้อมกระดุมผ้าในโทนสีโมโนโครม

การใช้งานคอลลาจและสไตล์การมิสแมตช์ เช่นคอปกเสื้อเป็นผ้าแจ๊กการ์ด ในขณะที่แขนเสื้อเป็นผ้าฝ้ายลายทาง เสื้อผ้านิตมาพร้อมลวดลาย FENDI Earth ทำด้วยผ้าแคชเมียร์ทอลายอินตาร์เซียน้ำหนักเบา ควบคู่ไปกับผ้าดับเบิลแคชเมียร์แบบซิปคู่และเสื้อโปโลผ้าฝ้ายหรือคอตตอนโครเชต์ เสื้อพูลโอเวอร์คอปกและเสื้อยืดทำจากผ้าขนมิงค์โครเชต์ที่ดีเทลด้านหน้าเผยให้เห็นเข็มขัดที่ร้อยด้วยชาร์มแบบห่วงของ FENDI

 

 

สำหรับเครื่องประดับในคอลเลคชั่นนี้ เป็นการหลีกหนีจากความเป็นจริงอย่างสนุกสนาน โดยนำเอาสิ่งของในชีวิตประจำวันมาสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ด้วยฝีมือของ FENDI เช่น แว่นตาว่ายน้ำและหมวกว่ายน้ำ ซึ่งเป็นการร่วมงานกับ ARENA ถุงแร็กเกตปิงปองแปลงมาเป็นเป็นอุปกรณ์จำเป็นสำหรับฤดูร้อนที่ดูสนุกสนาน และกระเป๋า Baguette ก็กลายมาเป็นกระเป๋าจิวเวลรีประดับบนสายคาดเอว

 

 

กระเป๋า Peekaboo มาในวัสดุไนลอนแบบด้าน ตกแต่งด้วยขอบขัดเงาหรือเย็บตะเข็บมาโครในแบบ Selleria ในขณะที่กระเป๋า Baguette มาในรูปแบบของกระเป๋าแมสเซนเจอร์ขนาดใหญ่หรือเปอร์สเปกซ์คลัตช์ กระเป๋าเดินทางแบบใหม่ใช้ผ้าใบและพิมพ์ลายตาข่ายโลโก้ FF ด้วยดีเทลนูนที่ทำให้เกิดเอฟเฟกต์ 'ฟิชอาย' นอกจากนั้นยังมี Fendiness ตัวล็อกแบบยูทิลิตี้แบบใหม่ทำด้วยไนลอนปรากฏบนเป้สะพายหลังและสไตล์ครอสบอดี้

 

 

 

ในส่วนของรองเท้ามีทั้งรองเท้าแซนดัลแบบมีสายรัด ซึ่งวิวัฒนาการมาจากรูปทรงของรองเท้าสนีกเกอร์ FENDI Flow และรองเท้าสนีกเกอร์ผ้านิต สีโมโนโครมประดับด้วยดีเทลต่างๆ ในเฉดสีพาสเทลรองเท้าบูตทะเลทรายหนังกลับเนื้อนุ่มพร้อมสายรัดโลโก้ FF สะท้อนถึงแรงบันดาลใจการใช้ชีวิตกลางแจ้ง ควบคู่ไปกับรองเท้าแซนดัลสายคู่ตกแต่งด้วยรายละเอียดหรูหราหรือการเย็บแบบ Selleria

 

 

คอลเลคชั่นนี้นำเสนอในรูปแบบภาพยนตร์วิดีโอ กำกับโดย Nico Vascellari เป็นดังเป็นบทกวีที่ยิ่งใหญ่สดุดีแด่ภูมิทัศน์ของกรุงโรม นอกจากนั้นยังถือเป็นการแสดงความเคารพต่อภาพยนตร์นิยายวิทยาศาสตร์ในยุคแรกอีกด้วย กับการทำแผนที่พารามิเตอร์ของ Palazzo della Civiltà Italiana ในขณะที่ตัวแบบเผยให้เห็นสถาปัตยกรรมสไตล์ Rationalist ของอาคาร จากช่วงกลางวันค่อยๆ เปลี่ยนสู่ตอนกลางคืน และสำนักงานใหญ่ของ FENDI ก็กลับมามีชีวิตชีวาด้วยแสงสีที่เร้าใจ ในส่วนของเพลงประกอบนั้นได้นักแต่งเพลงชาวอิตาลี Alessandro Cortini ในซาวด์ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ความยาว 9 นาที ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางในอวกาศและมุมมองใหม่ที่ยิ่งใหญ่เมื่อเรามองจากด้านบนลงมา