DIOR #SS20

• Summer 2020

BY Black leather jacket

  • 15 พฤษภาคม 2563
  • 9,417

อดีตแห่งอนาคต ปัจจุบันที่ได้กลายมาเป็นข่วงเวลาอดีต แนวคิดในเรื่องวัตถุโบราณ ไอเดียในเรื่องของการวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง การสืบสวนและสร้างสรรค์อดีต คือสิ่งที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์โอตกูตูร์ทุกแบรนด์

 

 

แบรนด์เหล่านี้คือตัวเชื่อมโยงที่มีชีวิตกับเรื่องราวในอดีตในอีกยุคสมัยหนึ่ง ข้อพิสูจน์ที่ยืนยันให้เราเห็นถึงพลังและกระแสแห่งความทรงจำ สำหรับฤดูร้อน 2020 คิม โจนส์ (Kim Jones) อาร์ทิสติค ไดเร็คเตอร์ ประจำคอลเลคชั่นเสื้อผ้าสุภาพบุรุษของดิออร์ ได้หยิบเอาแนวคิดนี้มาศึกษา โดยได้ร่วมกันกับ แดเนียล อาร์แชม (Daniel Arsham) ศิลปินชาวอเมริกันที่มีผลงานครอบคลุมในงานศิลปะหลายแขนงซึ่งเน้นไปที่การศึกษาโบราณคดีแห่งปัจจุบัน ผลลัพธ์ที่ได้ตอกย้ำให้เห็นถึงมรดกตกทอดของแบรนด์ดิออร์ สิ่งที่เรายึดถือและสิ่งที่เราได้สร้างสรรค์ขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง

 

Photo: Courtesy of DIOR

 

งานปะติมากรรมและสถาปัตยกรรมเป็นส่วนสำคัญในงานของ คริสเตียน ดิออร์ (Christian Dior) โดยผลงานโอตกูตูร์ของเขานั้นได้รับการขึ้นรูปและมีโครงสร้างที่ชัดเจน ทั้งนี้ โครงร่างที่มีความอลังการสะดุดตาและเสื้อผ้าที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นอย่างประณีตเปรียบได้กับงานปะติมากรรมที่มีความอ่อนนุ่มนั่นเอง สำหรับคอลเลคชั่นฤดูร้อน 2020 รูปทรงเน้นไปที่ความยืดหยุ่น ลื่นไหล มีโครง และมีน้ำหนักเบา แต่ขณะเดียวกันก็ได้รับการผสมสานเข้ากับวิธีการและลักษณะที่ชวนให้นึกถึงผลงานปะติมากรรมแต่ดั้งเดิม เสื้อผ้าที่ทำจากหนังมาพร้อมกับรายละเอียดที่ได้รับการผสานเข้าด้วยกัน

จากนั้นก็ถูกเฉือนออกราวกับลายสลักบนเสาหิน เสื้อผ้าบางชิ้นได้รับการพรินต์ลายที่ด้านในเพื่อแสดงให้เห็นถึงจุดเด่นของงานคัตติ้งระหว่างกระบวนการพิมพ์และที่ปรากฎอยู่โดยตลอด ส่วนการแลเงาและลวดลายโมโนแกรมของ Dior Oblique ในโทนสีเดียวกันนั้นสื่อให้เห็นถึงไอเดียองค์ประกอบของงานปะติมากรรม อาทิ เทคนิค bas-relief โทนสีที่ประกอบด้วยสีนิวทรัลที่ถูกอาบย้อมด้วยแสงอาทิตย์ และเฉดสีเข้มอื่น ๆ ชวนให้นึกถึงสภาพภูมิทัศน์อันยิ่งใหญ่และน่าประทับใจ

 

Photo: Courtesy of DIOR

 

นอกจากนี้ ยังมีการให้ความสำคัญกับความเชื่อในเรื่องเหนือธรรมชาติซึ่งปรากฏบนวัตถุเครื่องรางต่าง ๆ เพราะแนวคิดในเรื่องของความโชคดีและคุณสมบัติทางเวทมนต์ในวัตถุที่จับต้องได้ถือส่วนประกอบสำคัญที่ประกอบกันขึ้นเป็นแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับคริสเตียน ดิออร์ องค์ประกอบของแบรนด์ดิออร์ ทั้งที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์และชิ้นงานที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญที่สื่อถึงภาวะจริงที่จับต้องได้ ได้กลายมาเป็นวัตถุโบราณที่มีความหมายในเชิงสัญลักษณ์ ทั้งไอเท็มที่มาจากสตูดิโอของเมอร์ซิเออร์ดิออร์ ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกา โทรศัพท์ ได้รับการหล่อขึ้นรูปโดยแดเนียล อาร์แชม (Daniel Arsham) ชวนให้นึกถึงผลงานในซีรีย์ Future Relics ของเขา

 

Photo: Courtesy of DIOR

 

แนวคิดในเรื่องของช่างฝีมือถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของงานกูตูร์ และการนำมาผสานให้เป็นส่วนหนึ่งของเสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษยังคงปรากฎให้เห็นอยู่ต่อไป โดยอัลเตลิเยร์ในกรุงปารีสได้สร้างสรรค์ผ้าจอร์เจ็ตจับพลีท โอบล้อมหุ่นราวกับเม็ดสีในน้ำ ในขณะเดียวกันก็สื่อให้เห็นถึงความเป็นสากลของงานฝีมือชั้นสูง ลวดลาย toile de Jouy ได้รับการวาดขึ้นด้วยมือโดยช่างทำกิโมโนจากเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งวิธีการทั้งสองต่างชวนให้นึกถึงผลงานจากอีกยุคสมัยหนึ่ง

 

Photo: Courtesy of DIOR

 

ความสัมพันธ์ของอดีต ปัจจุบัน และอนาคต คุณค่าของอดีต แต่ยังคงมองไปข้างหน้าจากปัจจุบัน คอลเลคชั่นนี้ถือเป็นการศึกษาความคาดหมายและยืดหยุ่นของเวลาที่มองไปข้างหลังและข้างหน้าไปพร้อม ๆ กัน ประวัติศาสตร์ไม่ใช่สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่เป็นสิ่งที่มีพลัง เปลี่ยนแปลง และมีชีวิต คอลเลคชั่นนี้คือการสดุดีแบรนด์ดิออร์ ดิออร์ที่เราคุ้นเคยและดิออร์ที่กำลังเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา