Through a Thousand Curves

Driving the BYD Sealion 6 DM-i from Bangkok to Betong

BY Ghostwriter

  • 1 วันที่ผ่านมา
  • 11,545

การขับรถจากกรุงเทพฯ ลงไปถึงเบตง ไม่ใช่ทริปที่หลายคนเลือกทำบ่อยนัก โดยเฉพาะเมื่อปลายทางคือ Amazean Jungle Thailand by UTMB งานวิ่งเทรลระดับโลกที่รวมทั้งนักวิ่งสายภูเขา นักผจญภัย และคนรักเอาต์ดอร์จากหลายประเทศไว้ในเมืองชายแดนเล็กๆ ของยะลา ปีนี้ทีม METROSOCIETY ก็เป็นหนึ่งในทีมที่ลงใต้เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน พร้อมพาทีมวิ่งและอุปกรณ์ทั้งหมดเดินทางข้ามประเทศครึ่งล่างของไทยสู่ปลายทางที่เต็มไปด้วยภูเขา ฝน และโค้งนับพัน

 

เส้นทางจากกรุงเทพฯ ผ่านประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี สงขลา หาดใหญ่ ก่อนเข้าสู่ยะลาและเบตง กินระยะทางราว 1,140–1,200 กิโลเมตรตามเส้นทางจาก Google Maps และยิ่งเข้าใกล้ปลายทาง ถนนก็ยิ่งเต็มไปด้วยโค้งต่อเนื่องแทบไม่มีช่วงให้พักสายตา ทริปนี้เราเดินทางด้วย BYD Sealion 6 DM-i รถ SUV ที่ในช่วงแรกหลายคนอาจมองว่าเป็นแค่รถครอบครัวคันหนึ่ง แต่พอได้ใช้จริงบนระยะทางระดับนี้ มันกลับให้ความรู้สึกต่างออกไปพอสมควร

 

 

 

ในยุคที่ค่าน้ำมันยังเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องคิดก่อนออกเดินทางไกล ระบบ DM-i ของ BYD ทำให้เรื่องนั้นเบาลงกว่าที่เคย เพราะมันไม่ใช่แค่ไฮบริดทั่วไป แต่เป็น Plug-in Hybrid ที่ให้อารมณ์การขับใกล้เคียงรถ EV มากกว่า ทั้งแรงบิดที่มาเร็ว ความเงียบในเมือง และการส่งกำลังที่ต่อเนื่องเวลาเดินทางไกล จุดที่ชัดมากตั้งแต่ออกจากกรุงเทพฯ คือความนิ่งของรถเวลาวิ่งยาว ช่วงถนนตรงหลายร้อยกิโลเมตรผ่านภาคใต้ตอนบน รถให้ความรู้สึกขับสบายแบบไม่ต้องพยายามเยอะ ห้องโดยสารเงียบพอให้เปิดเพลงคลอเบาๆ แล้วปล่อยเวลาไหลไปได้เรื่อยๆ ขณะที่พื้นที่ภายในก็รองรับของได้มากกว่าที่คิด ทั้งกระเป๋าเดินทาง รองเท้าเทรล เสื้อผ้า อุปกรณ์วิ่ง และของจุกจิกสำหรับหลายวัน ทุกอย่างถูกโยนเข้าท้ายรถได้แบบไม่ต้องจัดชีวิตใหม่

 

 

 

แต่จุดที่ทำให้เริ่มเข้าใจคาแรกเตอร์ของ BYD Sealion 6 DM-i จริงๆ คือช่วงหลังหาดใหญ่ขึ้นไปจนถึงเบตง ถนนเริ่มแคบ โค้งเริ่มถี่ และบางช่วงมีฝนลงตลอดทาง รถที่ขับสบายบนทางตรงอาจไม่ใช่รถที่ขับสนุกบนภูเขาเสมอไป แต่ SUV คันนี้กลับทำได้ดีเกินคาด จังหวะเร่งแซงรถบรรทุกหรือออกจากโค้งทำได้ต่อเนื่องเพราะแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้ามาทันทีโดยไม่ต้องรอรอบสูง การตอบสนองมันไม่ดิบ ไม่กระชาก แต่เป็นความลื่นแบบที่ทำให้ขับหลายชั่วโมงแล้วไม่เหนื่อย

 

 

สิ่งที่ชอบที่สุดหลังใช้เดินทางจริง อาจไม่ใช่เรื่องตัวเลขอัตราประหยัดหรือเทคโนโลยีบนโบรชัวร์ แต่มันคือความรู้สึก “ง่าย” ของรถคันนี้มากกว่า ความเป็น DM-i ทำให้เราไม่ต้องกังวลว่าจะต้องหาสถานีชาร์จทุกครั้งเหมือน EV เต็มระบบ ถ้ามีจุดชาร์จระหว่างพักก็เสียบไว้ได้ แต่ถ้าไม่มี ก็เติมน้ำมันแล้วขับต่อทันที มันเป็นความยืดหยุ่นที่เหมาะกับชีวิตจริง โดยเฉพาะการเดินทางหลายวันแบบนี้ที่ทุกอย่างเปลี่ยนแผนได้ตลอดเวลา

 

ช่วงก่อนเข้าเบตงคือภาพที่จำได้ชัดที่สุด ถนนบนภูเขาเต็มไปด้วยหมอก ฝน และโค้งต่อเนื่อง แต่บรรยากาศในห้องโดยสารกลับนิ่งกว่าที่คิด ระบบช่วยขับต่างๆ ทำงานเงียบๆ อยู่เบื้องหลังโดยไม่รบกวนการขับ ขณะที่ตัวรถยังให้ความมั่นใจแม้ถนนจะเปียกและมืดในบางช่วง เราแค่จับพวงมาลัย เปิดเพลงเบาๆ แล้วปล่อยให้รถพาไหลไปตามเส้นทางตรงหน้า

 

พอเข้าตัวเมืองเบตง ความรู้สึกเหมือนรถคันนี้หลุดมาจากอีกโลกหนึ่ง ท่ามกลางรถนักวิ่ง รถเซอร์วิส และสายเอาต์ดอร์จากหลายประเทศ BYD Sealion 6 DM-i กลับดูโดดเด่นแบบเงียบๆ ด้วยเส้นสายตัวรถและดีไซน์ที่แตกต่างจาก SUV ทั่วไป หลายครั้งที่จอดเติมของหรือแวะร้านกาแฟ จะมีคนเดินมอง หันกลับมาดู หรือถามถึงรถคันนี้อยู่ตลอด มันไม่ใช่ความเด่นแบบพยายามเรียกร้องสายตา แต่เป็นความรู้สึกของรถที่ดูทันสมัยและมีคาแรกเตอร์ของตัวเองในเมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยนักเดินทางเหมือนกัน

 

 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 

A post shared by METROSOCIETY® (@metro.society)

 

 

และพอถึงวันแข่งจริง สิ่งที่รู้สึกได้ชัดคือ รถคันนี้ไม่ได้แค่พาทีม METROSOCIETY มาถึงเบตง แต่มันพาเรามาถึงเส้นสตาร์ตได้แบบยังเหลือพลังสำหรับการแข่งขันจริงๆ เพราะสุดท้าย รถที่เหมาะกับการเดินทางไกล อาจไม่ใช่รถที่แรงที่สุดหรือลุยที่สุดเสมอไป แต่อาจเป็นรถที่ทำให้การเดินทางกว่า 1,000 กิโลเมตร รู้สึกเบา เงียบ ประหยัด และใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นตลอดทางมากกว่า