LE LABO City Exclusive
กลิ่นหอมกลายเป็นความทรงจำของเมือง
- 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
-
5,889
น้ำหอมบางขวดทำหน้าที่แค่เติมกลิ่นให้กับตัวเรา แต่ Le Labo City Exclusive พยายามทำอะไรที่มากกว่านั้น ด้วยการหยิบ “เมือง” มาเป็นจุดตั้งต้นของน้ำหอมแต่ละกลิ่น แล้วตีความออกมาเป็นกลิ่นที่มีบุคลิกเฉพาะตัว ตั้งแต่ความสงบของปักกิ่ง ความนิ่งของโตเกียว ความสดใสของเบอร์ลิน ไปจนถึงความดิบและเข้มของดูไบ
ปัจจุบัน City Exclusive Collection มีทั้งหมด 19 กลิ่นจาก 19 เมืองทั่วโลก โดยกลิ่นใหม่ล่าสุดคือ SHIU 25 จาก Beijing ซึ่งเข้ามาเติมเต็มคอลเลคชั่นในปี 2026
แนวคิดของคอลเลคชั่นค่อนข้างเรียบง่าย แต่ทำให้คนรักน้ำหอมสนใจได้ทันที แต่ละกลิ่นจะผูกกับเมืองหนึ่งเมือง และโดยปกติจะวางจำหน่ายตลอดปีในเมืองต้นทาง ขณะที่ทุกปีในช่วง August-September Le Labo จะเปิดให้ City Exclusive เดินทางออกจากบ้านและจำหน่ายทั่วโลก โดย Full Size เปิดจำหน่ายในเดือน September
Beijing: SHIU 25

กลิ่นล่าสุดของคอลเลคชั่นพาเราไปปักกิ่ง ผ่านบรรยากาศของพื้นที่เก่า งานช่างฝีมือ และสวนที่ซ่อนตัวอยู่ในเมืองใหญ่ SHIU 25 สร้างขึ้นรอบ Shiu หรือ Ho Tree ให้ความรู้สึกสงบและอบอุ่น ก่อนเติมมิติด้วย Iris และ Olibanum แล้ววางทั้งหมดลงบนฐานของ Warm Woods เป็นกลิ่นที่ไม่ได้พยายามเรียกร้องความสนใจ แต่ค่อยๆ ทำงานใกล้ผิวอย่างมีสมาธิ
Notes: Shiu, Iris, Olibanum, Warm Woods
Kyoto: OSMANTHUS 19

เกียวโตถูกถ่ายทอดผ่านดอก Osmanthus หรือดอกหอมหมื่นลี้ ซึ่งจะผลิบานในช่วงต้นฤดูหนาว เปิดกลิ่นด้วย Incense และ Aromatic Lavender ก่อนที่ Osmanthus จะเข้ามาเป็นหัวใจของน้ำหอม พร้อม Woody และ Resinous Notes ที่ช่วยเพิ่มความอบอุ่น เป็นกลิ่นที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง Kyoto แบบดั้งเดิมกับเมืองร่วมสมัยที่มีทั้ง Machiya บ้านเก่า คอนกรีต และแสงนีออนอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
Notes: Incense, Lavender, Osmanthus, Woods, Resin
Tokyo: GAIAC 10

ถ้า Tokyo มีบุคลิกที่นิ่ง เนี้ยบ และละเอียด GAIAC 10 ก็ค่อนข้างใกล้เคียงภาพนั้น โครงสร้างหลักอยู่ที่ Gaiac Wood ซึ่งมีความเขียวและนุ่มกว่า Cedar ตามด้วย Musk ถึง 4 ชนิด พร้อม Cedar และ Olibanum ให้กลิ่น Woody Musk ที่สะอาด ลึก และติดผิวแบบไม่ต้องประกาศตัว
Notes: Gaiac Wood, Musk, Cedar, Olibanum
Berlin: CEDRAT 37

Berlin ในมุมของ Le Labo คืออิสระและพลังงานที่ไม่ถูกจำกัด CEDRAT 37 จึงเริ่มด้วย Cedrat และ Ginger ให้ความสด เปรี้ยว และมีความหวานคล้ายลูกกวาด ก่อนจะวางลงบนฐานของ Woods, Musk และ Ambergris กลิ่นมีความสดแต่ยังมีน้ำหนัก ทำให้ไม่กลายเป็น Citrus ที่แบนหรือหวานจนเกินไป
Notes: Cedrat, Ginger, Woods, Musk, Ambergris
Shanghai: MYRRHE 55

Myrrh หรือยางไม้หอมคือหัวใจของ MYRRHE 55 โดย Le Labo เลือกตีความให้มีกลิ่นคล้าย Incense และมีมิติของ Licorice ก่อนจับคู่กับ Jasmine และ Patchouli แล้ววางบนฐานของ Oud, Ambergris และ Musk ผลลัพธ์เป็นกลิ่น Chypre ที่เข้ม ลึกลับ และมีความร่วมสมัย เหมือน Shanghai ที่มีทั้งประวัติศาสตร์และความทันสมัยอยู่พร้อมกัน
Notes: Myrrh, Licorice, Jasmine, Patchouli, Oud, Ambergris, Musk
Paris: VANILLE 44

อย่าเพิ่งคิดว่า VANILLE 44 จะเป็น Vanilla หวานแบบขนม เพราะ Le Labo ตั้งใจทำให้ Vanilla เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่อง กลิ่นเริ่มจากโทน Amber, Incense และ Woods ก่อนที่ Bourbon Vanilla จะค่อยๆ ปรากฏบนผิว ให้ความอบอุ่น เซ็กซี่ และมีความลึกลับ เป็น Vanilla ที่ใส่กับเสื้อ Cashmere ได้พอดีอย่างที่แบรนด์อธิบายไว้
Notes: Vanilla Bourbon, Amber, Incense, Woods
Miami: TABAC 28

TABAC 28 คือกลิ่นที่แทบจะได้ยินเสียงเพลงกลางคืนของ Miami ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด Tobacco Absolute ให้ความรู้สึก Smoky และ Seductive ก่อนเสริมด้วย Oud และ Cedarwood แล้วเติม Gaiac Wood, Rum และ Green Cardamom เพื่อสร้างความอบอุ่นและความเข้มที่มีชีวิตชีวา เป็นหนึ่งในกลิ่นที่มีคาแรกเตอร์ชัดที่สุดของคอลเลคชั่น
Notes: Tobacco Absolute, Oud, Cedarwood, Gaiac Wood, Rum, Green Cardamom
Amsterdam: MOUSSE DE CHENE 30

กลิ่นของ Amsterdam ถูกเล่าในแบบ Neo-Chypre ที่ผสมความคลาสสิกเข้ากับความร่วมสมัย Oakmoss และ Patchouli เป็นแกนหลัก ก่อนเติม Crystal Moss และ Clearwood พร้อม Cinnamon, Pimento Bay Oil และ Pink Pepper ทำให้เกิดกลิ่นที่ทั้งเขียว เผ็ด อบอุ่น และมีความซับซ้อน
Notes: Oakmoss, Patchouli, Crystal Moss, Clearwood, Cinnamon, Pimento Bay Oil, Pink Pepper
Seoul: CITRON 28

CITRON 28 เริ่มจากโจทย์ง่ายๆ คือการสร้าง Lemon fragrance ที่ไม่เหมือน Lemon ทั่วไป จึงนำ Lemon มาจับคู่กับ Ginger และ Jasmine แล้ววางบน Cedar และ Musk กลิ่นมีความสดสะอาดแต่ยังมีโครงสร้าง เหมือน Seoul ที่รักษารากของตัวเองไว้พร้อมกับเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
Notes: Lemon, Ginger, Jasmine, Cedar, Musk
Los Angeles: MUSC 25

MUSC 25 เล่นกับความขัดแย้งระหว่างความสว่างและความมืด เปิดด้วยความ Musky และ Aldehydic ที่ให้ความรู้สึกสะอาด สว่าง และเกือบจะโปร่ง ก่อนค่อยๆ เข้าสู่ Vetiver, Ambergris, Musk และ Civet ซึ่งในที่นี้ใช้ Vegan Synthetics ทำให้ช่วง Dry Down มีความเข้ม ลึก และเซ็กซี่ขึ้นอย่างชัดเจน
Notes: Musk, Aldehydes, Vetiver, Ambergris, Civet
Mexico City: CORIANDRE 39

Coriander หรือผักชีอาจเป็นวัตถุดิบที่มีทั้งคนรักและคนไม่ชอบ แต่ Le Labo กลับนำมันมาเป็นตัวละครหลักของ CORIANDRE 39 เปิดด้วย Spicy Lime และ Aldehydic Cilantro Leaves ก่อนมี Watery Notes และ Green Florals ตามมา แล้วปิดด้วย Musky Dry Down ให้ความรู้สึกสด เขียว และมีชีวิตชีวา
Notes: Lime, Coriander Leaves, Aldehydic Notes, Watery Notes, Green Florals, Musk
New York: TUBEREUSE 40

TUBEREUSE 40 เริ่มด้วย Bergamot, Tangerine และ Orange Flower ให้ความรู้สึกคล้าย Eau de Cologne ก่อนค่อยๆ เปลี่ยนเข้าสู่ White Florals ที่มี Tuberose เป็นหัวใจ แล้วเสริมด้วย Cedar, Sandalwood, Oakmoss, Musks และ Ambrette Absolute จึงได้ทั้งความสด ความสะอาด และความลึกในขวดเดียว
Notes: Tuberose, Bergamot, Tangerine, Orange Flower, Cedar, Sandalwood, Oakmoss, Musk, Ambrette
Hong Kong: BIGARADE 18

BIGARADE 18 เป็นกลิ่นที่ตั้งใจเล่นกับความขัดแย้ง Bergamot และ Neroli ให้ความสดและสว่าง ขณะที่ Musk และ Woods เพิ่มความอบอุ่นและเข้มขึ้นด้านหลัง ทำให้กลิ่นมีทั้งความคลาสสิกและความโมเดิร์นในเวลาเดียวกัน เหมือน Hong Kong ที่มีทั้งอดีตและอนาคตอยู่ในเมืองเดียวกัน
Notes: Bergamot, Neroli, Musk, Woods
London: POIVRE 23

POIVRE 23 คือคำประกาศของ Le Labo ที่มีต่อ Pepper โดยใช้ Bourbon Pepper เป็นพระเอกของกลิ่น ให้ความเผ็ด อุ่น และมีโทน Amber ชัดเจน เป็นกลิ่นที่เข้มและมีบุคลิก เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการน้ำหอมแนวปลอดภัยจนเกินไป
Notes: Bourbon Pepper, Amber
Chicago: BAIE ROSE 26

แรงบันดาลใจของ BAIE ROSE 26 มาจาก Jazz และความต่างระหว่างจังหวะที่คมกับท่วงทำนองที่นุ่มกว่า Pink Pepper จึงถูกนำมาเล่นกับ Clove, Cedar และ Aldehyde ก่อนเชื่อมเข้ากับ Rose Absolute จาก Grasse และ Musk กลายเป็นกลิ่นที่มีทั้งความ Spicy, Floral และ Woody อยู่พร้อมกัน
Notes: Pink Pepper, Clove, Cedar, Aldehyde, Rose Absolute, Musk
Dallas: ALDEHYDE 44

ALDEHYDE 44 แตกต่างจากกลิ่นอื่นด้วยความรู้สึกสะอาดและสว่างจาก Aldehydes ก่อนตามด้วย Narcissus, Jasmine และ Tuberose ซึ่งสร้าง Floral Heart ที่ชัดเจน แล้ววางลงบน Musk และ Vanilla ให้ผลลัพธ์ที่สะอาด เนี้ยบ และมีความเป็น Floral ที่ไม่ธรรมดา
Notes: Aldehydes, Narcissus, Jasmine, Tuberose, Musk, Vanilla
San Francisco: LIMETTE 37

LIMETTE 37 ไม่ได้พยายามทำ San Francisco ให้กลายเป็นกลิ่นหมอกหรือ Golden Gate Bridge แต่เลือกเล่าเมืองผ่านการเคลื่อนไหว เริ่มด้วย Bergamot ที่สดและสว่าง ก่อนเข้าสู่ Jasmine, Petit Grain และ Clove แล้วจบด้วย Vetiver, Tonka Bean และ Musk จึงมีทั้งความสะอาด ความสด และความอบอุ่นในเวลาเดียวกัน
Notes: Bergamot, Jasmine, Petit Grain, Clove, Vetiver, Tonka Bean, Musk
Dubai: CUIR 28

CUIR 28 คือกลิ่นของ Leather ที่มีความเข้มแบบผู้ชายมากขึ้น Le Labo เปรียบเทียบมันกับ Classic Motorcycle โดยไม่มีทั้งเหงื่อและกลิ่นน้ำมัน ผสม Leather, Woods และ Musk ก่อนเติม Natural Vanilla Absolute ที่ให้ความรู้สึกเหมือน Vanilla ในโทนเข้มและมีความเป็น Amber ทำให้กลิ่นมีบุคลิกดาร์กและจำง่าย
Notes: Leather, Woods, Musk, Natural Vanilla Absolute
Moscow: BENJOIN 19

BENJOIN 19 ได้แรงบันดาลใจจากฉากใน Anna Karenina ของ Leo Tolstoy ช่วงเวลาที่ Anna พบ Count Vronsky ที่สถานีรถไฟใน Moscow ก่อนทุกอย่างจะเปลี่ยนไป กลิ่นจึงถูกสร้างขึ้นรอบ Benjoin หรือ Benzoin และเชื่อมเข้ากับ Olibanum, Amber, Cedar และ Musk ให้ความรู้สึกลึก อุ่น เย้ายวน และมีความดื้อรั้นอยู่ในตัว
Notes: Benzoin, Olibanum, Amber, Cedar, Musk
สิ่งที่ทำให้ City Exclusive น่าสนใจกว่าการเป็นน้ำหอม Limited Edition คือ Le Labo ไม่ได้ใช้เมืองเป็นเพียงชื่อบนฉลาก แต่พยายามแปลงบรรยากาศของแต่ละสถานที่ให้กลายเป็นภาษาของกลิ่น ตั้งแต่ไม้และ Olibanum ของ Beijing ไปจนถึง Tobacco และ Oud ของ Miami หรือ Pepper ของ London
19 กลิ่นจึงเหมือน 19 มุมมองของเมือง และนั่นทำให้การเลือกน้ำหอมในคอลเลคชั่นนี้สนุกขึ้น เพราะสุดท้ายแล้วเราอาจไม่ได้เลือกเพียงว่า “กลิ่นไหนหอมที่สุด” แต่อาจกำลังเลือกว่าตัวเองอยากพกความรู้สึกของเมืองไหนติดตัวไปด้วยในวันนี้ ข้อมูลรายชื่อเมืองและกลิ่นทั้ง 19 รุ่นตรวจสอบกับเว็บไซต์ทางการของ Le Labo แล้ว รวมถึงการเพิ่ม SHIU 25 ซึ่งเป็นกลิ่นประจำ Beijing ในคอลเลคชั่นปัจจุบัน







