Type of Gin

BY Poy T.

  • 04 กรกฏาคม 2562
  • 743

น้ำใส ๆ ดูผ่าน ๆ คล้ายกับน้ำเปล่าไม่มีผิดแต่พอได้ดมเท่านั้นแหละโสตประสาททั้ง 5 ของหลาย ๆ คนต้องตื่นตัวและกลืนน้ำลายให้กับ Gin กันอย่างแน่นอน ซึ่งก็บอกเลยว่า Gin มีเสน่ห์และเรื่องราวให้คุณค้นหามากกว่าที่คิดและวันนี้เราจะพาคุณไปตะลุยดินแดนของ Gin และล้วงลึกรู้จักกับ Gin แต่ละประเภทกัน

โดยก่อนอื่นเราจะเล่าให้คุณฟังกันก่อนว่าพื้นฐานของ Gin แทบทุกตัวนั้นประกอบไปด้วย Juniper Berries เป็นหลักแล้วค่อยตามมาด้วย Orange Peel, Anise, Caraway, Caramus, Orris, Rhubarv, Almond, Calamba ตามแต่ละผู้ผลิตจะเลือกผสมลงไปใน Gin ของพวกเขา…ซึ่ง Gin ก็ยังมี Type ต่างๆละเอียดลงไปอีกและแน่นอนว่ารสสัมผัสก็จะต่างกันออกไปชอบแบบไหนคุณลองมาเลือกตามนี้กันเลยดีกว่า

 

London Dry Gin

ฮั่นแน่! แว๊บแรกก็ต้องเทคะแนนโหวตกันแน่นอนว่าเนี้ยแหละ Gin ที่ผลิตมาจากแดนผู้ดีแน่ๆแต่ความจริงแล้วสิ่งที่ทำให้เรียกแบบนี้ก็เป็นเพราะว่าวิธีการกลั่นที่ทำให้ Gin ชนิดนี้โด่งดังขึ้นมาเกิดมาจากวิธีการกลั่นแบบดั้งเดิมที่ทำกันในประเทศอังกฤษนั่นเองซึ่งในตอนนี้ต่อให้คุณได้ Gin ที่ผลิตจากประเทศอังกฤษมาครอบครองแต่ไม่ผ่านการกลั่นแบบดั้งเดิมหรือที่เรียกกันว่า Distilled ล่ะก็ถือว่าไม่นับเป็น London Dry Gin และแอลกอฮอล์ของ Gin ชนิดนี้ก็จะอยู่ที่ประมาณ 40%-47% บอกได้เลยว่าแรงใช่เล่นเลยทีเดียว

 

 

Modern Gin

หรือจะเรียกกันอีกอย่างว่า New Western Style Gin ซึ่งมันสามารถผลิตขึ้นได้จากทุกที่ทั่วโลกและบางขวดก็มีการเพิ่มสิ่งใหม่ ๆ อย่างแตงกวาหรือลาเวนเดอร์เข้าไปด้วยทำให้เหล่าบาร์เทนเดอร์ทั้งหลายมักจะเลือก Gin ตัวนี้ไปสร้างสรรค์เมนู Cocktail ซึ่งบอกเลยว่าลงตัวมาก ๆ 

 

Plymouth Gin 

ขอปิดท้ายการแนะนำประเภทของ Gin ด้วย Gin ตัวนี้และบอกเลยว่านี่แหละ Gin จากแดนผู้ดีของจริงเพราะมันจะถูกผลิตขึ้นในประเทศอังกฤษเท่านั้นซึ่งความโดดเด่นของ Gin ตัวนี้ก้คือความหอมจากผลไม้อ่อน ๆ ที่นำมาเป็นส่วนผสมนั่นเองยิ่งนำมาเป็นส่วนผสมของ Cocktail แก้วไหนแล้วลงตัวล่ะก็คุณจะดื่มง่ายยกมือสั่งซ้ำกันมารัว ๆ อย่างแน่นอน

 

 แล้วมีอะไรที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ Gin อีกบ้าง?

- Gin ต่างจาก Vodka ตรงที่เหมาะจะเป็นส่วนผสมหลักใน Cocktail มากกว่าจะดื่มเพียวๆแบบ Vodka เพราะวัตถุดิบหลักของ Gin  มาจากบรรดาพืชสมุนไพรและผลไม้ต่างๆจึงเข้าทางมากถ้าจะนำมาเป็นส่วนผสมหลักแล้วเติมแต่งรสชาติอื่น ๆ เข้าไปซึ่งถ้าคุณลองดื่มเพียวๆดูก็อาจจะฟาดปากจนเกินไปนั่นเอง

 

- อยากลิ้มรส Gin ให้ชัด ๆ ต้องดื่ม Martini ซึ่งบอกเลยว่าความจริงแล้วคุณสามารถเลือกได้ว่าจะให้ส่วนผสมหลักของ Martini เป็น Gin หรือ Vodka แต่เราขอแนะนำเป็น Gin จะกลมกว่าเพราะมี Juniper Berries มาช่วยกระตุ้นน้ำลายให้คุณได้ดีกว่าทำให้คุณซึมซับรสชาติต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

 

- Gin ใช้กับทางการแพทย์ได้ด้วยเพราะประวัติเริ่มแรกของ Gin นั้นชื่อเดิมคือ Genever คิดค้นขึ้นมาเพื่อช่วยรักษาความบกพร่องของไตและจำเป็นต้องผสมแอลกอฮอล์เข้าไปรวมกับพืชพื้นเมืองชนิดต่าง ๆ หลังเอาออกมาใช้รักษาแพร่หลายขึ้นก็ดันมีทหารอังกฤษนำกลับประเทศกันเสียอย่างนั้นแล้วก็กลายเป็นที่โด่งดังขึ้นมาจนทำให้หลายคนเคยเข้าใจว่า Gin คือเหล้าที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอังกฤษนั่นเอง

 

 

 

หลังอ่านจบถ้าคุณกำลังกลืนน้ำลายอยากลองไปลิ้มรส Juniper Berries ที่นำมาผสมผสานกับพืชพันธุ์ต่าง ๆ ล่ะก็เมนูแนะนำเป็น Martini, French 75, Gin & Tonic, Negroni, Singapore Sling และ Gimlet ที่รับรองว่าคุณจะได้หลับตาพริ้มไปกับรสสัมผัสที่เข้มข้นจนปลุกให้คุณตาตื่นขึ้นมาเจอกับความสนุกกันอย่างง่ายดายแน่นอน