Great
User Score • 0 rating (s)
0.0

Call Me by your name

By Editor One ● 12 มีนาคม 2561

เคยไหม ช่วงเวลาที่มีความรักและมีความสุข -ในห้วงเวลาหนึ่งที่ไม่อยากให้ผ่านไป -ในความคิดหนึ่งอยากย้อนเวลากลับไปแล้วเริ่มต้นใหม่ -ในจุดที่ยืนอยู่และอยากอยู่แบบนั้นตลอดไป -ในชีวิตหนึ่งจะเก็บมันไว้เป็นความทรงจำที่ดีตลอดไป

 

 

ภาพยนตร์ฟอร์มเล็ก ๆ ที่ประกาศชื่อด้วยการคว้ารางวัลใหญ่มากมาย Call Me by your name ของ Luca Guadagnino และผู้กำกับภาพชาวไทย สยมภู มุกดีพร้อม (ลุงบุญมีระลึกชาติ) เป็นการดัดแปลงจากนิยายโรแมนติกของ อังเดร เอซิแมน เล่าเรื่องราวช่วงยุค 80's กับความสัมพันธ์ระหว่างเอลิโอ เด็กหนุ่มวัย 17 ปี กับ โอลิเวอร์ นักศึกษาปริญาเอกชาวอเมริกันวัย 24 ปี ขณะมาพักผ่อนและช่วยงานพ่อของเอลิโอที่เป็นศาสตราจารย์ด้านโบราณคดีช่วงปิดภาคฤดูร้อน

 

 

การเดินเรื่องไม่มีอะไรให้ซับซ้อน เป็นช่วงซัมเมอร์ในอิตาลีที่ชิลๆ จนน่าอิจฉา แฝงไว้ด้วยรายละเอียดอย่างเนียน ๆ พร้อมกับภาพสวยได้อย่างลงตัว สิ่งที่โดดเด่นคือการเล่าเรื่องแบบเนิบ ๆ ให้ผู้ชมได้ลุ้นและคอยรอว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคนเหล่านี้ ไม่มีดราม่าตบตีแย่งชิง ซึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของคนสองคนเท่านั้น คนรอบข้างต่างก็ถูกรวมเข้าไปอยู่ในห้วงแห่งอารมณ์เช่นเดียวกัน

 

“Call me by your name and I'll call you by mine.” 

 

พัฒนาการความสัมพันธ์ของทั้งสองคนต่างผ่านความรู้สึกที่เก็บแฝงไว้ชวนให้เราได้อึดอัดอยู่ไม่ใช่น้อย ความซับซ้อนของเด็กหนุ่มที่เชื่อได้ว่าในช่วงเวลานั้นเราต้องมีกันทุกคน และถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างเข้าถึงได้ดีทีเดียว ซึ่งนี่เป็นจุดเด่นที่ทำให้ ทิโมธี ชาลาเมต ผู้รับบท เอลิโอ ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ในหัวข้อนักแสดงนำฝ่ายชาย

 

 

นอกจากความรักของคนสองคนแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ยังมีมุมมองในด้านความรักของคนรอบข้างที่สื่อออกมาอย่างหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสายตา ใบหน้า คำพูดปลอบใจจากพ่อที่เหมือนจะดูอ้อม ๆ แต่ตรงใจได้ดีนักเชียว หากคุณชอบภาพยนตร์ที่ลึก ๆ สื่อถึงอารมณ์แล้วส่งผ่านมาผสมกับความรู้สึกส่วนตัวของคุณ Call me by your name คือภาพยนตร์เรื่องนั้นจนฉากสุดท้าย

 

 

สำหรับ Call Me by your name อาจจะไม่ใช่ภาพยนตร์ที่ให้ความสนุก หัวเราะ หรืออีโรติคนัก แต่เป็นหนังฟิลดีเหมาะสำหรับวันที่อยากได้แรงบันดาลใจ อยากมีความอุ่นใจเสียมากกว่า

 

ถ้าหากตัดประเด็นหนังชายรักชายออกและมองไปที่เพียงธรรมชาติของมนุษย์แล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้นอกจากชวนให้ย้อนกลับไปถึงความรักในวัยรุ่น และเหมือนตั้งคำถามย้อนกลับมาว่า ไม่ว่าคุณจะรักมากแค่ไหนหรือเจ็บกับมันมากเท่าไร แล้วคุณได้รู้จักคำว่า "รัก" ดีแค่ไหน ....อย่าลืมอิ่มเอมกับความรักในแบบฉบับของตัวคุณเอง 

 

 

**ไม่แนะนำให้ดูหนังพากย์ไทย หรือซับแปลต้องดูเวอร์ชั่นที่แปลดีซักหน่อยแล้วคุณจะเจอประโยคโดน ๆ อีกเยอะ

 

TAGSArts & EntertainmentMovies