LOUIS VUITTON X JEFF KOONS

By Nitid ● 04 พฤษาภาคม 2560

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลุยส์ วิตตอง ได้ตอกย้ำสายสัมพันธ์ของแบรนด์กับโลกศิลปะ ผ่านผลงานคอลลาโบเรชั่นอันเป็นที่จดจำกับศิลปินผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สตีเฟ่น เสปราส์ (Stephen Sprouse) ทากาชิ มุรากามิ (Takashi Murakami) ริชาร์ด พรินซ์ (Richard Prince) ยาโยอิ คุซามะ (Yayoi Kusama) ซินดี้ เชอร์แมน (Cindy Sherman) เจมส์ เทอร์เรล (James Turrell) โอลาฟัวร์ เอเลียสสัน (Olafur Eliasson) และ แดเนียล บูเร็น (Daniel Buren)

ที่ต่างเคยร่วมสรรค์สร้างผลงานให้กับหลุยส์ วิตตองในโอกาสต่าง ๆ หรือร่วมออกแบบเวทีสำหรับจัดแสดงแฟชั่นโชว์ สะท้อนให้เห็นบทบาทของเมซงทั้งในในฐานะผู้อุปถัมป์ศิลปะ และภัณฑารักษ์ผู้เสาะหาแนวทางใหม่ๆ ให้ผู้คนได้มีโอกาสสัมผัสกับผลงานศิลปะ สายสัมพันธ์กันแน่นแฟ้นระหว่างหลุยส์ วิตตองกับศิลปะนี้ นำไปสู่การเปิดตัวมูลนิธิหลุยส์ วิตตอง (Fondation Louis Vuitton) สำหรับเก็บรักษาและจัดแสดงงานศิลปะโดยตัวอาคารมูลนิธิเองก็เป็นผลงานของสถาปนิกชื่อดังระดับโลกอย่างแฟรงค์ เกห์รี่ (Frank Gehry)

 

 

สำหรับคอลเลคชั่นคอลลาโบเรชั่นล่าสุดนี้ หลุยส์ วิตตองได้ร่วมงานกับศิลปินนิวยอร์คชื่อก้องโลกอย่าง เจฟ คูนส์ (Jeff Koons) เพื่อออกแบบคอลเลคชั่นกระเป๋าและเครื่องประดับพร้อมเปิดตัวในวันที่ 28 เมษายนนี้ โดยศิลปินร่วมสมัยผู้เป็นที่รู้จักและมีอิทธิพลไม่เพียงแต่ในโลกของศิลปะวัฒนธรรม แต่ยังรวมไปถึงแวดวงวงแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ท่านนี้ ได้เนรมิตผลงานภาพเขียนขนาดยักษ์ชุด “เกซซิ่ง บอล” (Gazing Ball) ของเขาขึ้นบนกระเป๋าและเครื่องประดับชิ้นเก่งของหลุยส์ วิตตอง ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋ารุ่นสปีดี้ (Speedy), คีพออล (Keepall) หรือ เนเวอร์ฟุล (Neverfull)

 

 

 

แรกเริ่มเดิมที ผลงานชุด “เกซซิ่ง บอล” ของคูนส์นั้น ประกอบไปด้วยภาพวาดเลียนแบบผลงานของเหล่าบรมครูศิลปินขนาดใหญ่ เช่น ลีโอนาร์โด ดาวินชี่ (Leonardo Da Vinci) เอดูอาร์ด มาเน่ต์ (Édouard Manet) เรมแบรนดท์ (Rembrandt) ฟินเซนต์ ฟาน ก็อกฮ์ (Vincent Van Gogh) เป็นต้น โดยด้านหน้าของผลงานจะมีชั้นที่วาดซ้อนลายกับภาพเขียนจนดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของภาพ สำหรับวางลูกแก้วสีน้ำเงิน ซึ่งเมื่อมองเข้าไปจะเห็นตัวผู้ชมเอง กับสภาพแวดล้อมรอบๆ ในห้องแสดงงานและตัวภาพมาสเตอร์พีซด้านหลัง

 

 

สำหรับคอลเลคชั่นมาสเตอร์สนี้ คูนส์ได้เลือกผลงาน 5 ภาพจากงานชุด “เกซซิ่ง บอล” มาใช้บนกระเป๋าและเครื่องประดับหลุยส์ วิตตอง ได้แก่  “โมนา ลิซ่า” (Mona Lisa) ของดาวินชี่ "มาร์ส วีนัส แอนด์ คิวปิด” (Mars, Venus, and Cupid) ของ ทิเชี่ยน (Titian) “เดอะ ไทเกอร์ ฮันท์” (The Tiger Hunt) ของปีเตอร์ พอล รูเบนส์ (Peter Paul Rubens) “เกิร์ล วิธ ด็อก” (Girl with Dog) ของฌอง-โอโนเร่ ฟราโกนาร์ด (Jean-Honoré Fragonard) และ “อะ วีทฟิลด์ วิธ ไซเปรสเซส” (A Wheatfield with Cypresses) ของฟาน ก็อกฮ์ โดยหลุยส์ วิตตองได้ใช้เทคนิกชั้นสูงในการถ่ายทอดภาพมาสเตอร์พีซเหล่านี้ลงบนตัวกระเป๋าให้ได้อย่างดงามที่สุด

 

 

ทุกชิ้นตกแต่งด้วยลวดลายดอกไม้โมโนแกรม โลโก้ LV อักษรย่อชื่อ JK ที่ถอดแบบมาจากโลโก้ของเมซง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่หลุยส์ วิตตองยินยอมให้ศิลปินที่มาร่วมงานด้วย หยิบตัวโลโก้ไอคอนิกนี้มาใช้ในผลงาน และชื่อศิลปินเจ้าของผลงานด้วยโลหะตัวนูนโดดเด่นสวยงาม พร้อมประวัติและรูปภาพของศิลปินอยู่ด้านในของกระเป๋า กระเป๋าทุกใบยังมาพร้อมกับป้ายคล้องกระเป๋ารูปกระต่าย อีกหนึ่งชิ้นซิกเนเจอร์ของคูนส์ จากผลงานชุด อินเฟลเทเบิล (Inflatable) โดยนอกจากจะมาในรูปแบบของป้ายคล้องกระเป๋าแล้ว ยังมีพวงกุญแจสำหรับแฟน ๆ ของเจ้ากระต่ายนี้โดยเฉพาะ

 

 

การเลือกผลงานมาสเตอร์พีซที่มักจะถูกหยิบมาอ้างอิงถึงเสมอในโลกศิลปะมาใช้นั้น ทำให้ผลงานชุด “เกซซิ่ง บอล” ของคูนส์ วางศิลปินอยู่ในห่วงโซ่ของอิทธิพลและแรงบันดาลใจ ที่หล่อหลอมโลกของประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตกขึ้นมา การนำภาพเขียนคลาสสิกเหล่านี้มานำเสนอใหม่บนกระเป๋าหลุยส์ วิตตอง จึงเป็นเสมือนการเชื้อเชิญให้ผู้ชมได้มาชื่นชมผลงานศิลปะเหล่านี้อีกครั้ง เป็นการเปิดประตูของพิพิธภัณฑ์ออกสู่โลกกว้าง และกระตุ้นให้เราสัมผัสกับผลงานของ บรมครูเหล่านี้ในรูปแบบใหม่ ๆ

 

 

 

หากผลงานชุด “เกซซิ่ง บอล” เป็นการจารึกชื่อของคูนส์ ไว้บนสายสกุลของประวัติศาสตร์ศิลปะ ผลงานคอลลาโบเรชั่นครั้งนี้ ก็คือการจารึกชื่อเขาไว้ในประวัติศาสตร์ของหลุยส์ วิตตอง และแสดงให้เห็นถึงพลังของการแสดงออกทางศิลปะที่สามารถเชื่อมต่อปัจจุบันเข้ากับประวัติศาสตร์ร่วมทางวัฒนธรรมได้ คอลเลคชั่นที่เปิดตัวในฤดูใบไม้ผลินี้เป็นเพียงบทเริ่มต้นเท่านั้น โดยหลุยส์ วิตตองเตรียมพร้อมเปิดตัวโปรเจ็กต์คอลลาโบเรชั่นต่อ ๆ ไป ระหว่างแบรนด์กับศิลปิน เพื่อเฉลิมฉลองความเป็นไปได้ไม่รู้จบ ในการเชื่อมต่อผลงานผ่านประวัติศาสตร์ศิลปะ