member apply | login
username password
>> forget password or Contact Customer support

พระบิดาแห่งการจัดการทรัพยากรน้ำ

by author METRO SOCIETY | admin DATE 18.11.2011

พระบิดาแห่งการจัดการทรัพยากรน้ำ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นที่ยอมรับนับถือกันโดยทั่วไปว่า พระองค์คือปราชญ์ในเรื่องน้ำของแผ่นดิน
อย่างแท้จริง งานพัฒนาอันสำคัญยิ่งของพระองค์  คือ  งานที่เกี่ยวข้องกับ “น้ำ”

            

ศาสตร์ทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา การจัดหาแหล่งน้ำ การกักเก็บ การระบาย การควบคุม
การทำให้น้ำเสียเป็นน้ำดี ตลอดจนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมนั้น ย่อมประจักษ์ชัดและพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พระอัจฉริยภาพและ
พระปรีชาสามารถของพระองค์นั้นหาผู้ใดเสมอเหมือนได้ยากยิ่ง

 

“น้ำดีไล่น้ำเสีย” วิธีธรรมชาติง่ายๆ ที่ไม่เคยมีใครคิดมาก่อน พระองค์ทรงแนะหลักการแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำ
ด้วยการเปิด-ปิดประตูอาคารควบคุมน้ำ ใช้น้ำดีจากแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงจังหวะน้ำขึ้น–ลง ช่วยผลักดันและสร้างความเจือจาง
ให้กับน้ำเน่าเสียจากแหล่งชุมชนภายในเมือง ตามลำคลองต่างๆ เช่นคลองแสนแสบ คลองบางเขน คลองบางซื่อ คลองเทเวศร์ 
และคลองบางลำภู เป็นต้น

 

“ไตธรรมชาติ” ของกรุงเทพมหานคร ด้วยพระราชดำริที่พระราชทานไว้ว่า เมืองใหญ่เมื่อมี  “ปอด”  คือ
สวนสาธารณะไว้หายใจหรือฟอกอากาศ ขณะเดียวกันควรมีแหล่งน้ำไว้สำหรับกลั่นกรองสิ่งเน่าเสีย ทำหน้าที่เสมือน 
ไตธรรมชาติ
 จึงทรงใช้ “บึงมักกะสัน” เป็นที่รองรับกักเก็บและฟอกน้ำเสียจากชุมชน ตลอดจนเพื่อกักเก็บและระบายน้ำ
ในฤดูฝนพร้อมทั้งทรงใช้ผักตบชวา มาช่วยดูดซับความสกปรกปนเปื้อนจากน้ำเน่าเสีย ร่วมกับเครื่องกลบำบัดน้ำเสียแบบต่างๆ 
ที่ทรงคิดค้นประดิษฐ์ขึ้นเองอย่างเรียบง่ายและประหยัด ทำให้บึงมักกะสันในปัจจุบันได้ทำหน้าที่ไตธรรมชาติของ
กรุงเทพมหานครอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ปัญหาอันเกี่ยวกับน้ำที่ทรงห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย ทั้งปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง สร้างความเดือดร้อนกับเกษตรกรและประชาชนทั่วไป ดังที่เคยมีพระราชดำรัสไว้ว่า

 

“..หากประวิงเวลาต่อไปไม่ได้ทำ เราก็ต้องอดน้ำแน่ จะกลายเป็นทะเลทราย และเราก็จะอพยพไปไหนไม่ได้ 
โครงการนี้คือ สร้างอ่างเก็บน้ำ 2 แห่ง แห่งหนึ่งคือที่แม่น้ำป่าสัก อีกแห่งคือที่แม่น้ำนครนายก 2 แห่งรวมกัน
จะเก็บน้ำเหมาะสมสำหรับการบริโภค การใช้น้ำในเขตกรุงเทพฯ และใกล้เคียงในที่ราบลุ่มของประเทศไทย...”

 

บัดนี้ทั้งสองโครงการได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และแสดงให้เห็นถึงพระอัจริยภาพที่สามารถนำมาสู่การแก้ไขปัญหา
น้ำท่วมในช่วงฤดูน้ำหลากและการขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภค บริโภค ในช่วงหน้าแล้งในบริเวณพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากโครงการพัฒนาลุ่มน้ำในภาคกลางแล้ว ทางภาคใต้ของประเทศไทยก็ประสบปัญหาที่เกี่ยวกับน้ำมากมาย
ทั้งปัญหาน้ำท่วม น้ำจืด น้ำเปรี้ยว น้ำเค็ม ซึ่งส่งผลต่อกระบวนการด้านเกษตรกรรมในพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
บริเวณพื้นที่โดยรอบเขตพรุและที่ใกล้กับเขตดินพรุ เช่น บริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังและบริเวณลุ่มน้ำบางนรา โดยมีหลักการ
สำคัญให้วางโครงการและก่อสร้างระบบแยก น้ำ 3 รส ออกจากกัน คือ  สร้างระบบป้องกันน้ำเปรี้ยวจากพรุที่ทำให้พื้นที่
เกษตรกรรมเป็นกรด ระบบป้องกันน้ำเค็มบุกรุก และระบบส่งน้ำจืดช่วยเหลือพื้นที่เกษตรกรรมรวมทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภค
เป็นการแยกน้ำแต่ละประเภทในพื้นที่เดียวกันให้แยกออกจากกันด้วยวิธีการที่แยบยลและได้ผลสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง

 

“น้ำคือชีวิต” พระราชดำรัสที่เคยพระราชทานไว้ ได้สะท้อนให้เห็นผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำเป็นจำนวนมาก รวมถึงการจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อให้เกิดความสมดุลทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ
ซึ่งน้ำคือปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการดำรงชีวิต

 

ในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ในพุทธศักราช 2539 คณะรัฐบาลและประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้เทิดพระเกียรติคุณในฐานะที่มีพระมหากรุณาธิคุณในการจัดการทรัพยากรน้ำ  และได้พร้อมใจกันถวายพระราชสมัญญาว่า “พระบิดาแห่งการจัดการทรัพยากรน้ำ” เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2539 ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา

Categories: Life Tags: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

Related Posts

POST YOUR COMMENT

5cmBiotherm hommeWe love MissileKanserizzueSo Sofitel Bangkoksuper 125x125UncensoredThe PreppistLacoste