1. คำนวณงบประมาณ
ไม่ต้องถึงกับจ่ายเงินเป็นหมื่นเป็นแสนเพื่อหาซื้อตู้เสื้อผ้าใหม่หรือสร้างห้องแต่งตัวเพราะหลายสิ่งที่เรากำลังแนะนำต่อไปนี้คุณสามารถใช้วิธี DIY (Do It Yourself) หรือไปเลือกซื้อในราคาที่เหมาะสมกับงบในกะเป๋า
2. วัดขนาดของตู้เสื้อผ้า
ขนาดของตู้เสื้อผ้าจะกำหนดว่าคุณควรมีเสื้อผ้ามากน้อยแค่ไหน เริ่มด้วยการนำเสื้อผ้าทั้งหลายออกจากตู้ แล้วแยกประเภทเสื้อ กางเกง กระโปง เดรส จากนั้นวัด ความยาว ความสูง และความกว้างของตู้จดขนาดที่วัดได้ไว้สำหรับการซื้อชั้นวางตะขอ และของใช้อื่นๆ
ความกว้างทุกๆ 1 ฟุตจะใส่กางเกงขายาวได้ 12 ตัว เสื้อเชิ้ต 15 ตัว หรือแจ๊คเก็ต 6 ตัว เมื่อคำนวณแล้วคุณก็พอจะรู้ว่า สามารถใส่เสื้อผ้ากลับเข้าไปได้จำนวนเท่าไหร่
![]()
3. ใช้ทุกตางรางนิ้วอย่างคุ้มค่า
- อุปกรณ์เสริมเหล่านี้ช่วยให้ของทุกชิ้นอยู่ในที่ที่ควรอยู่
- ลิ้นชักเตี้ยๆ หรือราวแขวน เป็นการใช้พื้นที่ว่างที่เหลือจากการแขวนชุดสั่นๆ ให้คุ้มค่า
- คุณสามารถเลือกพับผ้าเก็บไว้ในลิ้นชัก หรือแขวนกางเกงหรือกระโปรงสั้นที่ราวด้านล่าง
- ชั้นแขวน สำหรับพับเก็บเสื้อยืดหรือผ้าที่ไม่ยับง่าย ช่วยประหยัดพื้นที่
- ชั้นวางของ ในตู้เสื้อผ้าส่วนใหญ่มักมีที่วางผ้าขนหนูหรือของอื่นๆ
- ช่องหรือกล่องเก็บกระเป๋า สำหรับเก็บกระเป๋าไม่ให้เสียทรง
- ตะขอ ติดตะขอ ไว้ที่ผนังตู้หรือที่ผนังห้อง (เลือกมุมที่ติดแล้วห้องไม่ดูรก) สำหรับแขวนผ้าพันคอ เข็มขัด หรือแม้แต่สร้อยเส้นยาว
4. โละ!
- กองสำหรับเก็บไว้ใช้
- บริจาค และทิ้ง โยนเสื้อผ้าที่เก่า ขาดใส่กองเสื้อผ้าทิ้งเสื้อผ้าที่ล้าสมัย ใส่ไม่ได้ หรือไม่ชอบแล้ววางไว้ในกองบริจาคหรือนำไปขายต่อ
- ส่วนเสื้อผ้าที่คุณรัก ยังใส่ได้ เพิ่มซื้อมาได้ไม่นานและจะใส่ต่อไป เก็บเข้าตู้ได้
5. แปลงโฉมตัวเสื้อผ้าให้เป็นห้องเสื้อ

6. เก็บของที่ไม่ได้ใช้ไว้นอกตู้
7. ให้ความสว่างในตู้เสื้อผ้า
8. ตั้งกฎใหม่ในการช็อปปิ้ง
9. จัดรองเท้าให้มองเห็นได้
Categories: Style , MTS Rules , How To Tags: ตู้เสื้อผ้า






























